จากงาน ZERO Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ได้ขึ้นเวทีหยิบยกหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างคือ ปัญหาเงินเทาและคอร์รัปชัน

“วิทัย” เริ่มต้นประโยคว่า “ในทางเศรษฐศาสตร์ ปัญหาเงินเทาและคอร์รัปชันคือการสูญหายของทรัพยากร ซึ่งเป็นงบประมาณและเม็ดเงินที่ไม่ควรหายไปจากระบบ หากควบคุมได้ เงินส่วนนี้จะสามารถสร้างกำไร จัดเก็บภาษีให้รัฐบาล และสร้างการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้อง”

ผู้ว่าฯธปท. เล่าต่อว่า แบงก์ชาติไม่มีอำนาจในการจับกุมโดยตรง แต่เนื่องจากธุรกรรมเงินเทา พนันออนไลน์ และการคอร์รัปชัน ต้องใช้เส้นทางและบริการของสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน การรับชำระเงิน (Payment) การถอนเงินสด หรือการแปลงสภาพเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน 

ดังนั้น จึงทำให้ ธปท.ใช้แนวทางสร้างคอขวด และสร้างความยากลำบากในการทำธุรกรรมผิดกฎหมายตลอดทั้งระบบ

มาตรการสกัดทุนเทาและคอร์รัปชัน ประกอบด้วย

  • การพิสูจน์และยืนยันตัวตน (KYC) / เกณฑ์ตรวจสอบข้อมูลลูกค้าเชิงลึก (Customer Due Diligence: CDD) และตรวจสอบเข้มงวดพิเศษ (Enhanced Due Diligence: EDD) เพื่อป้องกันการขนคนมาเปิดบัญชีม้าเป็นกลุ่ม
  • ธปท.คุมเข้มผู้ให้บริการรับชำระเงิน ห้ามให้บริการแก่กลุ่มทุนเทาและเว็บพนันออนไลน์ โดยประกาศนี้จะลงราชกิจจานุเบกษาในสัปดาห์หน้า
  • มาตรการการถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาท เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถ้าถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาทต้องทำ Due Diligence และตอบให้ได้ว่าเอาเงินไปทำอะไร
  • แบงก์ชาติจัดทำ 24 แพทเทิร์นธุรกรรมต้องสงสัย ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำหนดนิยามพฤติกรรมทางการเงินต้องสงสัย เช่น เงินโอนเข้าช่วงกลางคืนเป็นตัวเลขกลมๆ 100, 500, 1,000 บาท แล้วโอนออกทันที ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมพนันออนไลน์
  • เรื่องทองคำ ได้กำหนดให้ต้องรายงานชื่อเมื่อมีการถอนเงินไปซื้อทองคำเกิน 2 กิโลกรัม (มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท) 
  • ฟอกเงินข้ามชาติ ผ่าน Stablecoin อย่าง USDT โดยพบการนำเงินสดไปซื้อขาย (เทรด) USDT ผิดปกติหลายแสนล้านบาทใน 4–5 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบพฤติกรรมถอนเงินสดหรือโอนเงินไปซื้อ USDT แล้วโอนออกไปต่างประเทศในชื่อบุคคลอื่นเพื่อฟอกเงิน
  • ธปท.ได้ร่วมมือกับ 11 สมาคมภาคการเงิน ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ว่าจะไม่ยอมให้ภาคการเงินเป็นเครื่องมือหรือช่องทางทำผิดกฎหมาย ให้รู้หน้าที่ว่าต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงการแชร์ข้อมูลร่วมกัน

“วิทัย” ทิ้งท้ายไว้ว่า “เรื่องเงินเทาและคอร์รัปชันอยู่กับประเทศไทยมานานหลายสิบปี ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคนี้ แต่ถ้าเราไม่ช่วยกันแก้ไข เราไม่ช่วยกันทำ ปัญหาเหล่านี้จะเกาะกินประเทศไทยจนไปไหนต่อไม่ได้”