เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้ชี้แจงว่า ในวันที่ 5-7 ต.ค. สภาพอากาศจะมีฝนมากขึ้น เริ่มจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือไล่มาทางตะวันตกของประเทศ และอีกช่วงที่สำคัญคือวันที่ 11-14 ต.ค. จะมีฝนตกหนักหรือตกแช่ในภาคกลาง ไล่ตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ ลงมา โดยปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ 100 มิลลิเมตร จากนั้นจะเลื่อนไปทางตอนใต้
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ในการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยามีน้ำเข้า แม่น้ำปิงน้ำลดลง แม่น้ำน่านน้ำอยู่ในการควบคุม โดยภาพรวมน้ำขาเข้ามีจำนวนลด ส่วนตรงท้ายเขื่อนมีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และขอให้ระมัดระวังในส่วนของ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี และอ่างทอง โดยสถานการณ์ใน 3 จังหวัดนี้อยู่ในช่วงทรงตัว จ.พระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันได้รับผลกระทบที่ อ.เสนา อ.ผักไห่ และ อ.บางบาล ในส่วนของ จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี สถานการณ์ยังคงที่ และยังคงมีผลกระทบในพื้นที่ริมตลิ่ง
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ในส่วนของ กทม. ขณะนี้ในแนวคันกั้นน้ำยังไม่มีผลกระทบ ปัจจุบันน้ำยังอยู่จุดต่ำสุดของคันกั้นนํ้า ประมาณ 90 เซนติเมตร ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำได้มีการเสริมกระสอบทรายในจุดที่เป็นแนวฟันหลอไว้ และได้ทำสะพานไม้ให้ประชาชนได้สัญจรสะดวกยิ่งขึ้น โดยในส่วนที่เป็นจุดวิกฤติเดิม เช่น พื้นที่คลองจั่น ตอนนี้แห้งแล้ว ในส่วนพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เมื่อวันที่ 1 ต.ค. น้ำลดลงไป 30 เซนติเมตร แต่บางจุดยังลึก บางจุดเริ่มลดระดับลงและสัญจรได้บ้างแล้ว
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ในส่วนเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูง และเส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ 1.ถนนพหลโยธิน รอยต่อ กทม-พหลโยธิน 54/1, 2 ถนนสุวินทวงศ์ แยกตัดถนนรามคำแหง-คลองโตนด 3 ถนนกรุงเทพกรีฑา ซอย 9 -25, 41-55, 4.ถนนหลวงแพ่งตลอดทั้งสาย 5.ถนนฉลองกรุง ตลอดทั้งสาย 6.ถนนเจ้าคุณทหาร ตั้งแต่ตัดร่มเกล้า-แยกเจ้าคุณทหาร ส่วนชุมชนที่ยังวิกฤติ ได้แก่ ชุมชนลาดกระบัง ระดับน้ำลดลงแต่ยังพบปัญหาเรื่องของการสัญจร โดย กทม. ได้เร่งสูบน้ำระบายเต็มที่

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ส่วนพื้นที่เขตมีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง และสายไหม ยังต้องเฝ้าติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพราะน้ำมีแนวโน้มจะสูงขึ้น เนื่องจากเกี่ยวข้องกับระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งพื้นที่สายไหม-ออเงิน ยังมีน้ำท่วมขังในชุมชน แม้ระดับน้ำลดลงจึงต้องเร่งสูบน้ำหรือผลักดันน้ำเพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลาระบายได้ประมาณ 2 วัน
น.ส.ลลิดา กล่าวอีกว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดยื่นขอเงินเยียวยาน้ำท่วมตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันที่ 2 ต.ค. ในแอปพลิเคชัน โดยข้อมูลที่ต้องเตรียมคือบัตรประชาชนของผู้เอาประกันหรือผู้แจ้ง รวมถึงภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย และบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชน โดยในส่วนของผู้ที่อยู่ใน กทม. จะต้องมีการลงทะเบียนอีกครั้ง ผ่านทางเว็บไซต์ของ กทม. ซึ่งจะต้องลงทะเบียน 2 รอบ ทั้งทางแอปพลิเคชันทางรัฐและเว็บไซต์ กทม. ทั้งนี้ รัฐบาลเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะเร่งดำเนินการเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติโดยเร็วที่สุด
นายฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานการพยากรณ์อุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนเคลื่อนลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและ กทม. ในวันที่ 5 ต.ค. และพื้นที่ด้านตะวันตก โดยเฉพาะ จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 6-7 ต.ค. หลังวันที่ 7 ต.ค. ฝนจะลดลง เหลือฝนบางพื้นที่ในภาคเหนือ
นายฟาตา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม วันที่ 11 ต.ค. ยังต้องเฝ้าระวังแนวร่องความกดอากาศต่ำบริเวณภาคกลาง รวมถึง กทม. โดยกรมอุตุนิยมวิทยา สทนช. และหน่วยงานด้าน จะติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมืออย่างใกล้ชิด.



