วันนี้ (2 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ถึงความเคลื่อนไหวการประชุมบอร์ด กสทช. นัดพิเศษ หลังเกิดสถานการณ์การประชุมซ้อนกัน 2 ห้อง โดยกลุ่มกรรมการ กสทช. เสียงข้างมากจำนวน 6 คน ได้ร่วมประชุมกันที่ชั้น 12 ของสำนักงานฯ ซึ่งการประชุม กรรมการ กสทช. นัดพิเศษ ได้ประชุมเสร็จในเวลา 13.00 น. จากนั้นทาง น.ส.พิรงรอง รามสูต และนายศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ได้ลงมาร่วมกันให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมและชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
นายศุภัช ศุภชลาศัย กล่าวว่า ที่ประชุมนัดพิเศษ ได้มีกรรมการที่เหลือทั้ง 6 คน เข้าประชุมครบในห้องประชุม โดยมี พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ เข้าประชุมแบบออนไลน์ และมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. ในระดับข้อบังคับการประชุมกำหนด ทำหน้าที่เป็นเลขาฯ ที่ประชุม ซึ่งครบตามข้อบังคับการประชุมและข้อกฎหมายกำหนด โดยที่ประชุมลงมติให้ตนทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมครั้งนี้ และในครั้งต่อไปจะมีการเลือกประธานเป็นครั้งๆ ไป ซึ่งได้มีการบันทึกรายงานการประชุมตามระเบียบเรียบร้อย

สำหรับสาระสำคัญของการประชุมนัดพิเศษครั้งนี้ ยังไม่ได้ลงรายละเอียดในวาระที่จะพิจารณา เนื่องจากเป็นการประชุมเพื่อบริหารจัดการวาระงานที่ค้างสะสมอยู่จำนวนมาก โดยบอร์ดทั้ง 6 คน เห็นพ้องตรงกันว่าจะจัดประชุมเร่งด่วนสัปดาห์ละ 2 วัน ต่อสัปดาห์ ซึ่งอาจจะเป็นวันพุธและพฤหัสบดี ในช่วงเดือนนี้ เพื่อเคลียร์งานให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน โดยวางหลักเกณฑ์การนำวาระเข้าพิจารณา 3 ประการ คือ 1.วาระที่มีกำหนดเวลา 2.วาระที่ค้างอยู่นาน และ 3.วาระที่มีความจำเป็นเร่งด่วน โดยการประชุมของบอร์ดทั้ง 6 คนในครั้งต่อไป จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 6 ต.ค. และวันพฤหัสบดีที่ 8 ต.ค.
ด้าน น.ส.พิรงรอง กล่าวว่า ปัญหาการทำงานของสำนักงาน กสทช. ผู้สื่อข่าวทุกคนเห็นและประจักษ์ว่าเกิดอะไรขึ้น และควรพิจารณาว่าต้องเปลี่ยนชื่อสำนักงานเป็น “สำนักงานประธานกรรมการ” หรือไม่ ทั้งที่ชื่อจริงคือสำนักงาน กสทช. ซึ่งต้องทำงานแบบองค์กรกลุ่ม ที่ต้องมีมติคณะกรรมการทั้ง 7 คน แต่วันนี้กรรมการ 6 คน ซึ่งเป็นเสียงข้างมากตามกฎหมายและทำหนังสือแจ้งนัดประชุมล่วงหน้าอย่างถูกต้อง กลับพบว่าสำนักงานฯ ไม่ส่งคนมาทำหน้าที่เลขาฯ โดยอ้างว่ามีการประชุมอีกห้องหนึ่ง ทั้งที่การประชุมอีกห้องนั้นไม่ได้นัดหมายโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายรับรอง

นอกจากนี้ สำนักงานฯ ยังปฏิเสธที่จะส่งลิงก์การประชุมออนไลน์ให้กับ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ที่ประสงค์เข้าร่วมผ่านออนไลน์ ทำให้กรรมการชั้น 12 ต้องสร้างระบบลิงก์ประชุมกันเอง จนสัญญาณหลุดเป็นระยะ รวมทั้งปิดกั้นไม่ส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นมาร่วมอำนวยความสะดวก ทั้งที่เป็นองค์กรอิสระของรัฐที่ต้องมีธรรมาภิบาล และตรวจสอบได้
“กสทช. เป็นองค์กรแบบกลุ่ม ทุกคนมีสิทธิเท่ากันตามกฎหมาย และตำแหน่งประธานเป็นเพียงมติที่กรรมการลงมติเลือก แต่ฐานะเท่าเทียม ไม่ใช่องค์กรสั่งการแบบเดี่ยว บอร์ด 6 คน ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ มาพร้อมกัน มติของบอร์ด 6 คน ย่อมมีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งหลังจากนี้ รายงานการประชุมจะถูกส่งให้สำนักงาน กสทช. ปฏิบัติตาม หากสำนักงานฯ เพิกเฉยหรือไม่ทำตามหน้าที่ธุรการตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นฯ มาตรา 56 และ 57 ก็เข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งต้องว่ากันไปตามขั้นตอนต่อไป” น.ส.พิรงรอง กล่าว



