ตามที่ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้กำหนดให้มีการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 1 และวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 ระหว่างเวลา 09.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมสายลม 1021 ชั้น 2 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. นั้น เนื่องจากปัจจุบันมีระเบียบวาระการประชุมคั่งค้างพิจารณาอยู่เป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกัน ประธาน กสทช. มีภารกิจสำคัญในระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2569 จึงทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมและทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้ด้วยตนเอง จึงแสดงเจตนารมณ์และปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยได้ทำหนังสือแจ้งลาการประชุมล่วงหน้า พร้อมทั้งเสนอให้ที่ประชุมดำเนินการเลือกกรรมการท่านใดท่านหนึ่งขึ้นทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะสำหรับการประชุมครั้งนี้ ตามระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อขับเคลื่อนระเบียบวาระที่คั่งค้างอยู่จำนวนมากให้ดำเนินต่อไปได้ด้วยความเรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการดำเนินงานและการประชุมต่าง ๆ ของบอร์ด กสทช. ย่อมต้องยึดถือและปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายที่รองรับอย่างเคร่งครัดเพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน โดยการประชุมและการบรรจุวาระต่าง ๆ ถือเป็นงานธุรการปกติของกระบวนการปฏิบัติงานเต็มเวลา แม้ก่อนหน้านี้จะเคยมีข้อเรียกร้องจากกรรมการบางท่านที่ไม่ต้องการให้ประธาน กสทช. เข้าร่วมประชุม โดยมีการกล่าวอ้างเพิ่มเงื่อนไขและข้อท้วงติงต่าง ๆ ขึ้นมาตามลำดับ
ในส่วนของวันนี้ (2 ต.ค.) หลังปรากฏกระแสข่าวกรณีการนัดหมายประชุมจำนวน 2 วงในวันเดียวกัน ซึ่งมีช่วงเวลาทับซ้อนกัน ได้แก่ การประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 (ต่อเนื่อง) ณ ห้องประชุมสายลม 1021 ชั้น 2 และการประชุมนัดพิเศษของกรรมการบางท่าน ณ ห้องประชุม 1221 ชั้น 12 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช.
ทั้งนี้ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ ยืนยันว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือก้าวล่วง หรือเข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ในการนัดหมายหรือการจัดประชุมในอีกวงหนึ่งแต่อย่างใด เนื่องจากได้ยื่นลาการประชุมอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว การดำเนินการต่าง ๆ ของสำนักงานและฝ่ายเลขานุการจึงเป็นไปตามขั้นตอนการปฏิบัติงานปกติภายใต้กรอบระเบียบและกฎหมาย
พร้อมกันนี้ ประธาน กสทช. ขอชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นของสถานะทางกฎหมายและการต่อสู้คดีของประธาน กสทช. นั้น ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ ซึ่งตามหลักนิติธรรมถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด ซึ่งการต่อสู้ทางกฎหมายเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าตนไม่ได้สละสิทธิ์แต่อย่างใดในช่วงก่อนได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และได้ยื่นเอกสารลาออกจากพนักงานและลูกจ้างครบถ้วนทุกประการแล้ว โดยมีหลักฐานที่เป็นประจักษ์และได้รับการยืนยันจากทางนายจ้างอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาและหนังสือจากคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. (ที่ สว (กสทช) ๐๐๐๘/(ส) ๗๐๑) ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งอ้างถึงคำวินิจฉัยและคำสั่งทางปกครอง ทางประธาน กสทช. ได้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงตามขั้นตอน เพื่อให้สาธารณชนและทุกฝ่ายได้รับทราบถึงกรอบการปฏิบัติงานที่ยึดมั่นในความถูกต้องตามกฎหมายและธรรมาภิบาลสูงสุด


