มาแล้วๆ “นูน่าเมี้ยน” มาทักทายแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ที่น่ารักเป็นประจำทุกสัปดาห์ ผ่านคอลัมน์บันเทิงสุดฮอตอย่าง “SeoulStation” กับพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราวข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop K-Drama ของนักแสดง และไอดอลเกาหลีมาอัปเดตแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้ทุกท่านได้เข้ามาอ่านกันก่อนใคร โดยสัปดาห์นี้นูน่าขอเอาใจสาวกคอซีรีส์ด้วยความโรแมนติกสุดอบอุ่นหัวใจ กับซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุด “A Love Other Than Yours” ของทาง Prime Video ผลงานของนักแสดงนำอย่าง “ซอคังจุน” และ “อันอึนจิน” บอกเล่าเรื่องของ “นัมกุงโฮ” และ “อีมีโด” คู่รักที่คบหากันมายาวนานกว่า 10 ปี จากความรักที่เคยเร่าร้อน ค่อยๆ เติบโตกลายเป็นความผูกพันไว้ใจที่เรียบง่าย แต่เมื่อความรักเปลี่ยนแปลงไป พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญว่าควรเดินหน้าสู่ชีวิตแต่งงานด้วยกัน หรือเลือกเปิดใจให้กับความรักครั้งใหม่?

โดย “ซอคังจุน” รับบท “นัมกุงโฮ” ผู้ช่วยผู้จัดการอัธยาศัยดี หลังผ่านเวลาสิบปีที่คบกับผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเขาในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต นัมกุงโฮเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่แข็งแกร่งพอที่จะก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้ แต่แล้วโลกของเขาก็เริ่มสั่นคลอนเมื่อมีโดไปตกหลุมรักผู้ชายอีกคนหนึ่งเข้า ด้าน “อันอึนจิน” รับบท “อีมีโด” ผู้กำกับภาพยนตร์ผู้เคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของวงการ ในวันที่ชีวิตกำลังถึงจุดต่ำสุด เธอได้พบกับชายคนหนึ่งที่เธอไม่ได้รู้สึกสนใจเขาเลยแม้แต่น้อยในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่าหัวใจค่อยๆ หวั่นไหวไปกับเขา ความรู้สึกนี้ช่างน่าเหลือเชื่อ เพราะเธอมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับกับนัมกุงโฮมาโดยตลอด


งานนี้หลังจากทั้งคู่ได้บินลัดฟ้ามาปรากฏตัวสร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ ในงานแฟนอีเวนต์ “A Love Other Than Yours Fan Event” ที่ประเทศไทย นูน่าก็ไม่พลาดที่จะคว้าตัว “ซอคังจุน” และ “อันอึนจิน” มาพูดคุยถึงเรื่องราวเกี่ยวกับซีรีส์กันแบบจัดเต็ม ซึ่งทั้งคู่จะเล่าหมดเปลือกเรื่องอะไรบ้าง ตามมาอ่านกันได้เลย!

อะไรคือจุดเด่นที่ทำให้ตอบตกลงรับบทในซีรีส์เรื่องนี้?
ซอคังจุน: “ตอนที่ผมได้อ่านบทเรื่องนี้ครั้งแรก สิ่งที่ผมชอบมากคือความเงียบที่ซ่อนอยู่ระหว่างฉากต่าง ๆ ที่พูดถึงทั้งความรักและความขัดแย้งครับ ความเงียบนั้นหมายถึงการที่ไม่แสดงทุกอย่างออกมาทั้งหมด ไม่ใช้คำพูดอธิบายทุกความรู้สึกของตัวเอง ผมคิดว่าความรู้สึกของตัวละครแฝงอยู่ในสายตาที่เราส่งให้กัน จังหวะเคมีรับส่ง และในความเงียบที่ซ่อนอยู่ในคำพูดต่าง ๆ ผมชอบจุดเหล่านี้มาก ๆ เลยรู้สึกว่าถ้าผมสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี ผลงานชิ้นนี้จะเป็นผลงานที่อยู่ในใจผมไปอีกนานมากครับ”
อันอึนจิน: “ฉันรู้สึกว่าผลงานชิ้นนี้ไม่ได้กำลังพูดถึงความรักที่สวยงามมาก ๆ แต่กำลังพูดถึงความรู้สึกบางอย่างที่เวลาเราใช้ชีวิต เราไม่อยากให้ใครได้รู้ถึงมัน เพราะฉะนั้นเลยเป็นผลงานที่ทุกคนสามารถมีความรู้สึกร่วมได้ ลองคิดได้ว่าถ้าเป็นเรา เราจะทำยังไงนะ เป็นจุดที่ทำให้ฉันเลือกผลงานเรื่องนี้ และตอนที่ฉันตัดสินใจรับเรื่องนี้ รู้ว่าคุณคังจุนตกลงรับเรื่องนี้เช่นกัน เลยคิดว่าน่าจะสามารถพึ่งพาคุณคังจุนได้มากเลยระหว่างถ่ายทำเรื่องนี้ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลสำคัญมากที่ทำให้ตัดสินใจเล่นเรื่องนี้ค่ะ”

พวกคุณปรับตัว หรือละลายพฤติกรรมอย่างไรให้ดูสนิทกันเหมือนคบมา 10 ปี?
อันอึนจิน: “ก่อนเริ่มถ่ายทำผลงานนี้พวกเราใช้เวลาด้วยกันเยอะมากค่ะ ได้อ่านบทร่วมกับผู้กำกับและนักแสดงท่านอื่น ๆ เยอะมากด้วย และได้แบ่งปันความคิดเห็นกันว่าแต่ละคนคิดเห็นอย่างไรกับผลงานชิ้นนี้ เพราะฉะนั้นต่อให้จะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ก็พอจะได้รู้ว่าแต่ละคนเป็นคนประมาณไหน แล้วทุกคนก็เปิดใจให้กันทำให้สนิทกันได้เร็วมากตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้ถ่ายทำกันได้อย่างสบายใจตั้งแต่แรกเลยค่ะ”
ซอคังจุน: “ในการเจอกันครั้งแรก เราได้ถ่ายฉากจูบกันครับ ซึ่งเป็นจุดที่ช่วยได้มากเลยครับ ตอนที่ถ่ายฉากนั้นครั้งแรก เราระมัดระวังกันมาก เพราะยังไม่รู้จักกันดี ก็เลยจะระมัดระวังมาก จะมีความเกรงใจ แต่พอได้ถ่ายฉากนั้นแล้ว รู้สึกสบายใจกันขึ้นมาก และส่วนตัวผมเคยลองเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมาของผมกับมีโดครับ เลือกวันธรรมดามาหนึ่งวันจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ลองจินตนาการว่าวันนั้น ทำอะไร ที่ไหน ผมลองจินตนาการและเขียนออกมาหลาย ๆ วัน เขียนเป็นไดอารี่ครับ สิ่งนี้ช่วยผมได้เยอะมาก ๆ เลยครับ”

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์หนึ่งยังคงมีความหมาย แม้ความรู้สึกของคนสองคนจะเปลี่ยนไปตามเวลา?
ซอคังจุน: “ผมคิดว่าต่อให้รูปแบบของความรักของเราจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ก็มีบางสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจนถึงวันตายครับ สิ่งนั้นก็คือความรู้สึกที่เห็นอีกฝ่ายเป็นคนสำคัญและความรู้สึกที่หวังดีกับอีกฝ่ายอยากให้เขามีความสุข ถ้ายังมีความรู้สึกแบบนี้อยู่ ต่อให้รูปแบบของความรักจะเปลี่ยนไป ผมคิดว่าความรักนั้นก็สามารถดำเนินต่อไปได้จนถึงวันตายครับ”
อันอึนจิน: “ส่วนตัวฉันคิดว่ามันอาจจะกลายเป็นความเห็นอกเห็นใจ ช่วงของความรักที่ทำให้ใจเต้นแรงก็คงผ่านพ้นไปแล้ว กลายเป็นความรักที่ทำให้รู้สึกมั่นคงสบายใจ เชื่อว่ายังไงในช่วงหลังของความสัมพันธ์ก็จะรู้สึกแบบนั้น ถ้าได้มองแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่กำลังจะออกไปทำงาน แล้วรู้สึกสงสารเห็นใจไม่อยากให้เขาเหนื่อย ฉันคิดว่าความรักนั้นก็น่าจะอยู่ต่อไปได้ นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญค่ะ”

อยากทราบว่าในระหว่างการถ่ายทำ มีฉากไหนหรือบทพูดไหนที่ทำให้คุณรู้สึกว่า ‘นี่คือความจริงอันเจ็บปวดและสมจริงที่สุดของคู่รักในชีวิตจริง’ จนอินไปกับบทมากเป็นพิเศษ?
อันอึนจิน: “ฉันประทับใจตอนที่ถ่ายทำฉากจบของตอน 1 ค่ะ ตอนนั้นเป็นฉากที่พวกเราต้องเถียงกันหนักมาก ๆ ค่ะ ในมุมของมีโด ฉันเข้าใจมีโดได้อย่างเต็มที่เลย เข้าใจว่าทำไมมีโดถึงพูดแบบนี้ อินกับความรู้สึกมากจนตอนแสดงแทบจะเหมือนแค่กดปุ่มแล้วความรู้สึกก็พรั่งพรูออกมาเลย พอได้ฟังความเห็นของคนอื่น รวมถึงทีมงานของพวกเราด้วย พวกเขาพูดว่าพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง และในกองถ่ายของเราก็มีการพูดคุยเยอะมากเกี่ยวกับมุมมองของชายหญิง เรื่องต่าง ๆ ที่เรามีความรู้สึกร่วมกันและสิ่งที่คนรู้สึกเหมือนกันคือในประสบการณ์ความรักของทุกคน ก็น่าเคยจะมีฉากนี้อยู่เหมือนกัน ก็เลยเป็นฉากที่ถ่ายทำโดยรู้สึกอิน รู้สึกร่วมไปกับมันมาก ๆ ค่ะ”
ซอคังจุน: “ผมรู้สึกว่าเป็นตอนที่ได้ดูฉากในอดีตที่พวกเรามีความสุขมากที่สุดครับ ผมตั้งใจเลยว่าฉากในอดีต มีโดกับนัมกุงจะต้องรักกันมาก ๆ จนในสายตาที่มองกันต้องหวานเหมือนมีน้ำผึ้งหยดติ๋ง ๆ ออกมา ส่วนฉากในปัจจุบันความรักเปลี่ยนไปเป็นความสบายใจและความอบอุ่น เลยไม่อยากให้เห็นความรู้สึกใจเต้นครับ ต่อให้เราจะจับมือกัน กอดกัน ผมก็คิดว่าไม่อยากให้เห็นความใจสั่น ใจเต้น แล้วก็ตั้งใจทำการแสดงออกมาแบบนั้นครับ และพอผมได้ดูตอนที่ 1 และ 2 ก็รู้สึกว่าสิ่งที่ตั้งใจทำได้ถูกถ่ายทอดออกมา มันคือความเปลี่ยนแปลงที่คนเราได้สัมผัสจากความสัมพันธ์จริง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่บอกผ่านคำพูด แต่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้จากสายตาที่มองกันและกัน ผมรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่สมจริงมาก”

คุณได้เรียนรู้อะไรจากอีกฝ่ายในการร่วมงานกันใน A Love Other Than Yours ครั้งนี้?
ซอคังจุน: “ผมเป็นคนที่ค่อนข้างอ่อนไหว เวลาที่ผมใช้สมาธิผมจะค่อนข้างเซนซิทิฟมากครับ แน่นอนว่าพี่อึนจินเองก็คงจะมีด้านแบบนั้นเหมือนกัน แต่ถึงจะอย่างนั้นพี่เขาก็พยายามดูแลภาพรวมของกองถ่ายทั้งหมด คอยสร้างบรรยากาศดี ๆ ในกอง คอยดูแลใส่ใจคนจำนวนมากในกอง เป็นภาพที่เห็นแล้วรู้สึกว่าพี่เขาเป็นคนที่น่าทึ่งมากจริง ๆ ส่วนด้านการแสดงจุดที่ผมไม่มีเลยอยากจะขโมยมันมาจากพี่อึนจิน พี่เขามีเซนส์ในการดำดิ่งเข้าไปในตัวละครได้อย่างลึกซึ้งมาก ๆ ครับ รู้สึกได้ว่าตัวละครนี้ตอนนี้น่าจะคิดแบบนี้ รู้สึกแบบนี้ พอผมได้เห็นก็เลยคิดว่า ว้าว อารมณ์พวกนี้มันพรั่งพรูออกมาได้เองเลยสินะ”
อันอึนจิน: “ช่วงแรกฉันเรียกคุณคังจุนว่า “รุ่นพี่” ค่ะ เพราะว่าคุณคังจุนเป็นคนที่มองเห็นและรับรู้ได้ถึงทุกอย่างเลยค่ะ เขารับรู้ได้ถึงบรรยากาศและความเป็นไปของทุก ๆ คนเลย เป็นคนที่ดูแลพาร์ทเนอร์ได้อย่างละเอียดมาก ๆ ค่ะ เพราะฉะนั้นฉันเลยรู้สึกว่ารุ่นพี่คนนี้ทำให้รู้สึกปลอดภัยจริง ๆ พอได้ความรู้สึกอุ่นใจ เลยทำให้ฉันสามารถถ่ายทำได้อย่างเป็นอิสระและมีความสุขมากขึ้นค่ะ”

อ่านจบแล้วเป็นยังไงกันบ้าง เชื่อว่าสัมภาษณ์นี้คงทำให้หลายคนได้ฉุกคิดถึงความหมายของ “ความสัมพันธ์” ในชีวิตจริงมากขึ้นแน่นอน ไม่ว่าคุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่หวานชื่น หรือกำลังตกอยู่ในสภาวะที่สับสนเหมือนกับตัวละครในเรื่อง นูน่าก็ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านทุกบททดสอบไปให้ได้นะคะ!
คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”



