เมื่อวันที่ 2 ต.ค. พล.ต.ท.นพเก้า โสมนัส ผบช.ภ.4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยตำรวจตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง เพื่อติดตามสถานการณ์ยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมรับฟังปัญหาและข้อขัดข้องจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง ท่ามกลางการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังเส้นทางลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามแดนอย่างเข้มข้น

พล.ต.ท.นพเก้า เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อรับทราบปัญหาจริงทั้งด้านกำลังพล อุปกรณ์ และข้อจำกัดในการทำงาน เพื่อนำมาพิจารณาสนับสนุนและเสริมศักยภาพให้ตำรวจชายแดนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นย้ำว่าการปราบปรามยาเสพติดจะหยุดอยู่แค่การจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางไม่ได้ แต่ต้องเดินหน้าสืบสวนเชิงลึก ใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อขยายผลไปถึงผู้ค้า ผู้สั่งการ นายทุน เส้นทางลำเลียง และเส้นทางการเงิน มุ่งตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติดตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจขับเคลื่อนมาตรการ “1 สภ. 1 ตำบล” และ Re X-Ray 100% เร่งตรวจสอบและปรับปรุงฐานข้อมูลผู้ค้า ผู้เสพ บุคคลพ้นโทษ ผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงบุคคลเฝ้าระวัง ให้เป็นปัจจุบันเพื่อนำไปใช้ปฏิบัติงานได้จริง ช่วยให้ตำรวจเข้าถึงปัญหาในระดับชุมชน ป้องกันการก่อเหตุซ้ำ และลดปัจจัยเสี่ยงอาชญากรรม

ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำเรื่องวินัยและความโปร่งใส โดยกำชับให้ผู้บังคับบัญชาควบคุมดูแลกำลังพลอย่างเข้มงวด ห้ามข้าราชการตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด พร้อมสั่งตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และป้องกันไม่ให้คนในองค์กรกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอาชญากรรมเสียเอง

พล.ต.ท.นพเก้า กล่าวต่อว่า ได้สั่งเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบตามแนวชายแดน ทั้งการลักลอบขนยาเสพติด การขนย้ายทรัพย์สินหรือรถยนต์ผิดกฎหมาย และการใช้ช่องทางธรรมชาติหลบเลี่ยงการตรวจสอบ โดยให้บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

“การขับเคลื่อนภารกิจครั้งนี้ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาและกำลังหลัก ‘5 เสือ’ ของแต่ละสถานีตำรวจ ที่ต้องร่วมกันดูแลพื้นที่และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นเอกภาพ ทั้งนี้ หากหน่วยใดขาดแคลนสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติงาน ยืนยันว่าพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่”