นายจักรภพ เพ็ญแข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งแก้ไขวิกฤตโรคใบด่างมันสำปะหลังควบคู่กับการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย เนื่องจากปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเกษตรกรต่อเนื่องมาถึง 7 ปี สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในจังหวัดแหล่งผลิตสำคัญ ทั้งนครราชสีมา ศรีสะเกษ ชัยภูมิ และอีกกว่า 30 จังหวัด กระทบรายได้เกษตรกรและขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังและแป้งมันไทยทั้งระบบ
ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อรับฟังปัญหาจากเกษตรกร เกษตรจังหวัด นักวิจัยด้านการเกษตร และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแป้งมันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน พร้อมประสานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อร่วมผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ก่อนประสานความร่วมมือกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำไปสู่การหารือเพื่อกำหนดมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรม
“เมื่อเราทุกภาคียอมรับวิกฤตการณ์ครั้งนี้โดยไม่เลี่ยงหลบความจริงและร่วมแรงร่วมใจกันอย่างนี้ ความหวังของเราที่จะฟื้นอุตสาหกรรมมันสำปะหลังและแป้งมันของไทยก็มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ขึ้นแล้วครับ”
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานการหารือสถานการณ์โรคใบด่างมันสำปะหลัง หรือ CMD ที่ประชุมเห็นชอบการขับเคลื่อน โครงการ Sandbox นำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ศรีสะเกษ และกาญจนบุรี เพื่อทดลองและควบคุมโรคระบาดอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการเกษตรแม่นยำ ระบบน้ำหยด ปุ๋ยสั่งตัด สารชีวภัณฑ์ และเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ร่วมกับการบริหารจัดการแปลงขยายพันธุ์ปลอดโรค มีนายพงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะทำงานขับเคลื่อน เพื่อเร่งนำผลการทดสอบไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่
ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ ยังนำยุทธศาสตร์ “4C for CMD Model” มาใช้ ประกอบด้วย Clean การจัดการท่อนพันธุ์สะอาดและแบ่งเขตพื้นที่ Control การควบคุมพื้นที่ระบาดตามระดับความรุนแรงและใช้มาตรการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน Community การจัดตั้งธนาคารท่อนพันธุ์ในชุมชน และ Cooperate การสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ควบคู่กับการคุมเข้มการซื้อขายท่อนพันธุ์ติดโรคผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และการลักลอบจัดส่งผ่านไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชน โดยตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านจากพันธุ์ทนทานไปสู่การใช้พันธุ์ต้านทานโรคทั้งหมด เพื่อลดการระบาดในระยะยาว
ด้านการช่วยเหลือเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตรอยู่ระหว่างเสนอขอใช้งบกลาง 664.794 ล้านบาท ต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) เพื่อดำเนินโครงการบริหารจัดการท่อนพันธุ์สะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ครอบคลุมพื้นที่ 100,000 ไร่ ตั้งเป้าผลิตท่อนพันธุ์ทนทาน 160 ล้านลำ และท่อนพันธุ์ต้านทาน 4.48 ล้านลำ สำหรับกระจายให้เกษตรกร
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้อนุมัติงบกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร 154.485 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 3 ปี รายละไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับติดตั้งระบบน้ำหยด ขณะที่ภาคเอกชน อาทิ สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังฯ ร่วมสนับสนุนนวัตกรรมตัดท่อนพันธุ์สั้นขนาด 8–10 เซนติเมตร ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการขยายพันธุ์ได้สูงสุดถึง 10 เท่า และได้กระจายท่อนพันธุ์ต้านทานให้เกษตรกรแล้วกว่า 5 ล้านลำ
ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวจะควบคู่กับการเร่งปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืชให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อคุ้มครองสิทธินักวิจัยไทย และสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน มุ่งฟื้นความเชื่อมั่นตลอดห่วงโซ่การผลิตและรักษาความเป็นผู้นำการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยในตลาดโลก



