เมื่อวันที่ 3 ต.ค. นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่านายไทหยาง ซาง (Taiyang Zhang) สามี เป็นผู้บริสุทธิ์ และทำธุรกิจสตาร์ทอัพ ส่วนคดีที่มีผู้กระทำผิดก็มีการจับกุมไปแล้วบางส่วนแล้ว โดยนายศิริโชค ระบุว่า ตนเห็นคำชี้แจงของ น.ส.สุชาดา แล้ว และประโยคนี้ยิ่งทำให้ตนคิดว่าสังคมควรได้คำอธิบายมากกว่าเดิม เพราะเรื่องที่ประชาชนกำลังถามนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ภรรยาเชื่อว่าสามีเป็นคนดีหรือไม่ แต่คำถามคือ ทำไมชื่อของนายไทหยาง ซาง จึงไปปรากฏอยู่ในเครือข่ายธุรกิจหรือความสัมพันธ์ทางการเงินกับบุคคลหลายคน ซึ่งต่อมาล้วนเจอคดีใหญ่
นายศิริโชค ระบุอีกว่า นาย Stefan Qin ผู้ก่อตั้ง Virgil Capital ถูกศาลสหรัฐอเมริกา จำคุก 7 ปี 6 เดือน ในคดีฉ้อโกงหลักทรัพย์ และ นาย Su Zhu ผู้ร่วมก่อตั้ง Three Arrows Capital (3AC) ขณะที่นายซางถูกสื่อรายงานว่าเป็นหนึ่งในผู้ให้กู้เงินรายใหญ่แก่เขา และนาย Su Zhu ถูกจำคุกในประเทศสิงคโปร์ จากการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลในกระบวนการชำระบัญชี 3AC ซึ่งตรงนี้ต้องพูดให้ชัดว่า ไม่ใช่โทษจำคุกฐานฉ้อโกง อีกทั้ง นาย Sam Bankman-Fried ผู้ก่อตั้ง FTX และ Alameda Research ซึ่งAlameda Research เข้าซื้อกิจการ Ren Protocol และนายซาง เข้าไปทำงานกับ Alameda ในฐานะ Venture Partner (หุ้นส่วนร่วมลงทุน) ก่อนที่อาณาจักร FTX จะล่มสลาย และนาย Sam Bankman-Fried ถูกศาลสหรัฐ จำคุก 25 ปี
นายศิริโชค ระบุว่า ตนจึงไม่ได้ถามว่า “สามีคุณเป็นคนดีไหม” เพราะคำตอบที่ว่า “ถ้าเขาไม่ใช่คนดี ดิฉันคงไม่แต่งงานด้วย” เป็นความเชื่อส่วนบุคคลของภรรยา ไม่ใช่คำตอบต่อข้อเท็จจริงทางธุรกิจ และคำว่า “เพื่อนสามีถูกดำเนินคดีทั้งหมด แต่สามีไม่เกี่ยว” ก็ไม่ได้ทำให้คำถามเหล่านี้หายไป ตรงกันข้าม มันทำให้ต้องถามให้ชัดกว่าเดิมว่าความสัมพันธ์กับแต่ละคนคืออะไร มีการร่วมลงทุน ให้กู้ ซื้อกิจการ หรือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินกันอย่างไร เงินมาจากไหน ไปที่ไหน จำนวนเท่าไร และมีความสัมพันธ์อื่นอีกหรือไม่ที่สาธารณะยังไม่ทราบ

“ภาพนี้จึงไม่ได้บอกว่า Taiyang Zhang มีความผิดเพราะคนรอบตัวมีความผิด แต่ภาพนี้กำลังบอกว่าเมื่อบุคคลคนเดียวปรากฏอยู่ในจุดเชื่อมโยงกับบุคคลหลายคนที่ภายหลังเจอคดีระดับพันล้านดอลลาร์ การตอบเพียงว่า ‘เขาเป็นคนดี’ หรือ ‘เขาไม่เกี่ยว’ ยังไม่เพียงพอ ถ้าไม่เกี่ยว ก็อธิบายเส้นทางธุรกิจและเส้นทางการเงินให้ชัดครับ เพราะเรื่องแบบนี้ ความบริสุทธิ์ไม่ได้พิสูจน์ด้วยทะเบียนสมรส และความน่าเชื่อถือไม่ได้เกิดจากคำว่า ‘ฉันเชื่อสามี’ มันพิสูจน์กันด้วยเอกสาร ข้อเท็จจริง และเส้นทางของเงิน” นายศิริโชค ระบุ
ต่อมา นายศิริโชค ได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง เกี่ยวกับการติดตามเส้นทางเงินบนบล็อกเชนกรณีปรากฏข้อมูลนายไทหยาง ซาง ให้เงินกู้ยืมแก่ Three Arrows Capital (3AC) มูลค่าประมาณ 1,440 ล้านบาท โดยนายศิริโชค ระบุว่า เอกสารของผู้ชำระบัญชี 3AC ยืนยันว่านายซางยื่นคำขอรับชำระหนี้ (Proof of Debt) เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2565 จำนวน 44,548,729.67 USDC โดยอ้างว่าเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยค้างรับ และได้รับการรับรองเป็นเจ้าหนี้ไม่มีหลักประกันเต็มจำนวน ซึ่งประเด็นที่ต้องตรวจสอบต่อคือ เงินที่นายซางนำไปให้ 3AC กู้มาจากแหล่งใด โดยได้ติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชนย้อนกลับไปยังวันที่ 4 มี.ค. 2564 ซึ่งพบการโอนเงินจำนวน 40 ล้าน USDC เข้าไปยัง address ของ 3AC และหลังจากการตรวจสอบเส้นทางเงิน พบว่าเงิน 40 ล้าน USDC ถูกส่งผ่านกระเป๋า 0x729fff…f72d8 โดยกระเป๋าดังกล่าวได้รับ USDC จำนวน 12 ครั้ง ตั้งแต่ 2-6 ล้าน USDC ต่อครั้ง รวมเป็น 40 ล้าน USDC
นายศิริโชค ระบุอีกว่า USDC ทั้งหมดมาจาก address ที่อยู่ในระบบของ FTX หลังจากได้รับเงินก้อนสุดท้ายประมาณ 5 นาที 15 วินาที กระเป๋าดังกล่าวได้โอน USDC ทั้ง 40 ล้านไปยัง 3AC โดยไม่ได้พบการนำเงินก้อนดังกล่าวไปใช้ในธุรกรรมอื่นก่อนหน้า ทำให้นายศิริโชคตั้งข้อสังเกตว่า กระเป๋านี้อาจมีลักษณะเป็นกระเป๋าพักหรือกระเป๋าผ่านสำหรับธุรกรรมดังกล่าว
นอกจากนี้ นายศิริโชคยังพบว่าก่อนเริ่มโอนเงิน กระเป๋าดังกล่าวได้รับประมาณ 0.4998 ETH ซึ่งใช้เป็นค่า Gas (ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายเพื่อทำธุรกรรมบนบล็อกเชน) จาก address ที่เชื่อมโยงกับ FTX 2 ขณะที่หลังโอน 40 ล้าน USDC แล้ว ETH ที่เหลือประมาณ 0.49217 ETH ถูกส่งต่อไปยังอีก address และประมาณ 79 วินาทีต่อมา มี ETH ประมาณ 0.48871 ETH ส่งกลับไปยัง FTX 2 จึงตั้งข้อสังเกตว่าทั้งเส้นทาง USDC และ ETH ที่ใช้เป็นค่า Gas ต่างมีจุดเชื่อมโยงกับ FTX และเชื่อมโยงเหตุการณ์ดังกล่าวกับกรณีที่นายซาง ผู้ร่วมก่อตั้ง Ren Protocol ประกาศเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2564 ว่า Ren Protocol เข้าร่วมกับ Alameda และกล่าวถึงการทำงานร่วมกับนาย Sam Bankman-Fried ก่อนเกิดธุรกรรมดังกล่าวประมาณ 1 เดือน ซึ่งต่อมา นาย Sam Bankman-Fried ถูกศาลสหรัฐ ตัดสินจำคุก 25 ปี ในคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับ FTX
นายศิริโชค ระบุอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่านายซาง หรือนาย Sam Bankman-Fried เป็นผู้สั่งถอนเงิน 40 ล้าน USDC จาก FTX เนื่องจากบล็อกเชนแสดงได้เพียงเส้นทางของ address แต่ไม่สามารถระบุว่าใครเป็นผู้สั่งถอนจาก Exchange แต่ประเด็นที่ยังต้องตรวจสอบต่อ คือ เงิน 40 ล้าน USDC เป็นเงินต้นของหนี้ 44.548 ล้าน USDC ที่นายซางยื่นต่อ 3AC หรือไม่ รวมถึงเงินเป็นของใคร ใครเป็นผู้สั่งโอน และมีความเกี่ยวข้องกับนายซาง, บริษัท Ren หรือ Alameda หรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นการฟอกเงิน เพราะหลักฐานที่มีอยู่ยังไปไม่ถึงข้อสรุปดังกล่าว

“ที่สำคัญที่สุด คือ เราไม่ได้เริ่มต้นด้วยการพยายามหา FTX เราเริ่มจาก 3AC แล้วตาม Blockchain ย้อนกลับไปทีละ transaction จนมันพาเราไปถึง FTX เอง ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเชื่อใคร และไม่ได้อยู่ที่คำว่าใครเป็นคนดี มันอยู่ที่วันที่ จำนวนเงิน เอกสารผู้ชำระบัญชี และเส้นทางของเงิน ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเงิน 40 ล้าน USDC ที่เราพบ เดินทางอย่างไรจนถึง 3AC แต่สิ่งที่ยังต้องหาคือ มันเป็นเงินของใคร ใครสั่งให้โอน และก่อนออกจาก FTX มันมาจากไหน นั่นคือสิ่งที่ต้องขุดต่อครับ เพราะ Blockchain มีข้อดีอย่างหนึ่ง บริษัทล้มได้ คนหายไปได้ แต่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นบน Chain แล้ว ยังอยู่ให้เราย้อนกลับไปดูได้ และคราวนี้ ตามเงิน เจอ FTX ตามค่า Gas ก็เจอ FTX อีก” นายศิริโชค ระบุ



