เมื่อวันที่ 3 ต.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเผชิญสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วนฉุกเฉิน กระทรวงคมนาคม (ศอฉ.คค.) ณ วันที่ 3 ต.ค. 2569 พบว่า โครงข่ายกระทรวงคมนาคมได้รับผลกระทบรวม 319 แห่ง ผ่านไม่ได้ 119 แห่ง แบ่งเป็น ทางหลวงได้รับผลกระทบ 168 แห่ง ผ่านไม่ได้ 41 แห่ง และทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบ 151 แห่ง ผ่านไม่ได้ 78 แห่ง โดยทุกหน่วยงานยังคงระดมเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ และเครื่องจักรเข้าดูแลจุดเสี่ยง เปิดทาง และเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลง

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งออกมาตรการ ลดภาระประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้เห็นผลทันที โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) อำนวยความสะดวกกรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถ หรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีสูญหาย/ชำรุด สามารถขอรับทดแทนได้ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ และไม่จำเป็นต้องนำใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงมาแสดง สามารถใช้สำเนาแทนได้ถึงวันที่ 30 พ.ย. 2569 เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเสียเวลา และลดขั้นตอนในการดำเนินการ นอกจากนี้ได้กำชับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันทุกค่าย ห้ามฉวยโอกาสปรับค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนดในช่วงสถานการณ์วิกฤติ พร้อมบันทึกประวัติการฝ่าฝืนผ่านกรอบประเมินสมุดพก App เพื่อใช้ประกอบการดำเนินมาตรการทางปกครองต่อผู้ฝ่าฝืน

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมสูง ได้ให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง แจ้งเตือน ปิดเส้นทางเมื่อไม่ปลอดภัย และจัดเส้นทางเลี่ยง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องตัดสินใจเสี่ยงผ่านพื้นที่ด้วยตนเอง ส่วนพื้นที่ที่ระดับน้ำลดแล้ว ให้เปลี่ยนภารกิจเข้าสู่การฟื้นฟูทันที โดยเร่งสำรวจ ซ่อมแซม เปิดทาง ตรวจสอบถนน สะพาน ระบบระบายน้ำ และโครงสร้างที่ได้รับความเสียหาย ก่อนคืนเส้นทางให้ประชาชนโดยเร็ว