เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตโฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงข่าว ชี้แจงข้อกล่าวหาของ กทม. ชุดปัจจุบัน กรณีการล้มโครงการเวนคืนที่ดินเพื่อทำโครงการแก้มลิงรับน้ำคลองคู้บอน ว่า โครงการแก้มลิงคลองคู้บอน เป็นโครงการสำคัญที่ กทม. ยุคก่อนตั้งใจให้เป็นพื้นที่รองรับน้ำของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายดำเนินมาตั้งแต่ปี 2560 แม้จะต้องเริ่มกระบวนการใหม่ตาม พ.ร.บ.การเวนคืนและการสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 แต่ตลอดปี 2562-2565 ผู้บริหาร กทม. ชุดเดิมได้ทำตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำประชาพิจารณ์, การรังวัด, การจัดงบประมาณ และการร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวนคืนที่ดิน ซึ่งขั้นตอนไปจ่ออยู่ที่กระทรวงมหาดไทยและ ครม. พร้อมออกเป็นกฎหมายแล้ว

นายพงศกร กล่าวว่า ทั้งนี้งบประมาณเวนคืนที่ดินที่ กทม. เสนอไว้อยู่ที่ 324 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าทดแทนที่ดิน 266 ล้านบาท, ค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้าง 50 ล้านบาท, รวมค่าทดแทน 317 ล้านบาท และปรับเพิ่ม 2% ตามระยะเวลาอีกประมาณ 6 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สุดท้าย ช่วงที่มีการเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ สั่งทบทวนโครงการประเมินตัวเลขใหม่ บอกว่าตัวเลขนี้ไม่คุ้ม เนื่องจากต้องใช้เงินถึง 11,000 ล้านบาท ซึ่งไม่จริงเลย มีการอ้างว่าราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นจากการเข้าไปจัดสรรหรือปลูกสร้างอาคารเพิ่มเติม แต่ที่จริง ตาม พ.ร.บ.เวนคืนฯ พ.ศ. 2562 มาตรา 23 กำหนดไว้ชัดเจนว่า หากภาครัฐได้แจ้งหรือประกาศเวนคืนแล้ว สิ่งปลูกสร้างหรือการพัฒนาที่ดินที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจะไม่ถูกนำมาคิดประเมินเพิ่มในการจ่ายค่าชดเชย ดังนั้น หากผู้บริหาร กทม. บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง กรอบงบประมาณก็ยังคงอยู่ที่ 324 ล้านบาทเท่าเดิม

“อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่มีผู้บริหารชุดใหม่ ท่านมีเหตุในการทบทวน และทางสํานักการระบายน้ำรวมถึงสำนักการโยธาได้มีเหตุที่มองว่าโครงการนี้ต้องใช้เงินถึง 11,000 ล้าน รวมทั้งไม่คุ้มค่าที่จะทำแล้ว และเลือกที่จะไปทำโครงการอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำแทน ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางกรุงเทพมหานครโดยผู้บริหารชุดใหม่ควรจะมาชี้แจงเพิ่มเติม ตัวผมคงไม่สามารถตอบแทนได้ แต่ผมยืนยันได้ว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี และใช้เงินเพียงแค่ 324 ล้าน และเป็นโครงการที่จะสร้างการรับน้ำให้กับกรุงเทพฯ ตะวันออกได้ เพียงแต่ว่า โครงการเหล่านี้เราผลักดันจนสุดความสามารถแล้ว และพอมีการเปลี่ยนผู้บริหารชุดใหม่ก็ไม่สำเร็จ” นายพงศกร กล่าว

นายพงศกร กล่าวอีกว่า พี่น้องบางคนอาจจะสงสัยว่า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะอะไร ซึ่งตนก็สงสัยเช่นกันว่า สิ่งเหล่านี้เป็นความบังเอิญหรือไม่ บังเอิญที่ตรงนี้ สุดท้ายแล้วกลายมาเป็นหมู่บ้านจัดสรร บังเอิญที่หมู่บ้านจัดสรรนั้น มีผู้บริหารที่เป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. บังเอิญที่ผู้ว่าฯ กทม. สั่งให้ทบทวน สุดท้ายนำไปสู่การยกเลิกโครงการเวนคืน  

“ประชาชนต้องตัดสินใจเองว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องบังเอิญ บังเอิญ และบังเอิญจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่ไม่บังเอิญแน่ๆ คือ กทม. และคนกรุงเทพฯ ต้องเสียโอกาสในการมีแก้มลิงรับน้ำคลองคู้บอน ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกได้ สิ่งเหล่านี้เป็นความเสียหายที่ไม่มีความบังเอิญ ผมจึงอยากฝากพี่น้องประชาชนไปตรวจสอบโครงการนี้ ให้ไปตรวจสอบทางผู้บริหารชุดใหม่ว่า เหตุใดท่านถึงยกเลิกโครงการเหล่านี้ และเป็นเหตุบังเอิญหรือไม่” นายพงศกร กล่าว.