เมื่อวันที่ 3 ต.ค. นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนขอชี้แจงพร้อมกางลำดับเหตุการณ์หรือไทม์ไลน์ข้อเท็จจริง เพื่อปกป้องความเข้าใจผิดของประชาชน หลังจากมีผู้พยายามสร้างข่าวปลอมว่าโครงการบึงรับน้ำคู้บอนถูกยกเลิกในสมัยของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยตนยืนยันว่าพล.ต.อ.อัศวิน ร่วมกับนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ผลักดันและติดตามโครงการนี้มาตลอด จนกระทั่งพล.ต.อ.อัศวินพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ซึ่งหากไล่เรียงตามเอกสารทางราชการ จะพบความจริงอย่างชัดเจน ดังนี้ 1.ยุคที่พล.ต.อ.อัศวิน เป็นผู้ว่าฯกทม. ได้ผลักดันต่อเนื่องเต็มที่ โดยเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2560 เริ่มรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี, วันที่ 30 พ.ค. 2562 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ ทำให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้องปรับขั้นตอนการเวนคืนให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่ จากนั้น วันที่ 3 ก.ค. 2562 สำนักการระบายน้ำ ยืนยันแนวโครงการบึงรับน้ำ 2 แห่ง คือ บึงคู้บอน และ บึงบางชัน
นายพงศกร กล่าวอีกว่า ต่อมา วันที่ 22 ก.ย. 2562 คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดแนวทางปฏิบัติตาม พ.ร.บ. เวนคืนฯ ฉบับใหม่ อีกทั้ง ระหว่างปี 2562 – 2563 สำนักการโยธา กทม. สำรวจพื้นที่พบว่าต้องเวนคืนที่ดินประมาณ 107 แปลง และสิ่งปลูกสร้าง 24 รายการ พร้อมประสานสำนักงบประมาณ กทม. เพื่อจัดสรรเงินเวนคืน จากนั้น วันที่ 1 ก.ย. 2563 สำนักการโยธาส่งร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนฯ ให้คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย กทม. พิจารณา ต่อมา วันที่ 8 ธ.ค.2564 คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย กทม. มีมติเห็นชอบในหลักการ และเริ่มกระบวนการปรับปรุงข้อมูลเสนอเวนคืนให้เป็นปัจจุบัน
วันที่ 8 มี.ค.2565 สำนักการโยธา ทำแผนที่ท้าย พ.ร.ฎ. และประสานสำนักงบประมาณ กทม. อีกครั้ง และเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2565 ครม.มีมติให้ตรวจรับรองแนวเขตการปกครองจากกรมการปกครองเพิ่มเติม กระทั่ง เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2565 พล.ต.อ.อัศวิน ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ซึ่งยืนยันว่าตลอดการดำรงตำแหน่ง โครงการยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยมีการยกเลิก)
นายพงศกร กล่าวว่า 2. ช่วงเปลี่ยนผ่าน และ ยุคของผู้ว่าฯ ชัชชาติ เริ่มทบทวนและสั่งยกเลิก โดยเมื่อวันที่ 6 พ.ค.2565 กทม.ประสานสำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี พิจารณาเรื่องงบประมาณ ซึ่งมีการตอบกลับเมื่อเดือน มิ.ย.2565 ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ต่อมา วันที่ 24 มิ.ย.2565 กทม.ส่งเรื่องให้กรมการปกครองรับรองแนวเขต จากนั้น วันที่ 25 พ.ย.2565 กทม. ส่งร่างพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการเวนคืนฯ ให้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายฯ มีมติเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2565 ให้กทม.นำความเห็นไปปรับปรุงและตรวจสอบแผนที่อีกครั้ง ต่อมา เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2566 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยสำนักการโยธา มีหนังสือประสานสำนักการระบายน้ำ เพื่อขอให้ทบทวนความจำเป็นในการดำเนินโครงการอีกครั้ง ตามผลการประชุมผู้บริหาร กทม. เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2566
นายพงศกร กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2566 สำนักการระบายน้ำแจ้งว่าอยู่ระหว่างศึกษาทบทวนความจำเป็นตามข้อสังเกตของผู้บริหาร กทม. และเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2567 สำนักการระบายน้ำทำสรุปผลศึกษาว่าการใช้อุโมงค์ระบายน้ำคลองพระโขนงและบึงหนองบอนร่วมกับการปรับปรุงคลองแนวเหนือ-ใต้ คุ้มค่าและเหมาะสมมากกว่าการทำบึงคู้บอนและบึงบางชัน จากนั้น วันที่ 30 ก.ย.2567 สำนักการโยธาขอความชัดเจนจากสำนักการระบายน้ำ เพื่อนำเรียนผู้บริหารกทม. และรมว.มหาดไทย ยกเลิกการเสนอตรา พ.ร.ฎ. เวนคืนฯ ช่วงต่อมา สำนักการระบายน้ำมีหนังสือแจ้งผลสรุป “เห็นควรให้ยกเลิกโครงการจัดทำบึงรับน้ำบริเวณคลองคู้บอนและคลองบางชัน” ในที่สุด
นายพงศกร กล่าวว่า ข้อมูลและเอกสารทางราชการทั้งหมดชี้ชัดว่าในสมัยที่พล.ต.อ.อัศวินเป็นผู้ว่าฯกทม. ได้ขับเคลื่อนโครงการบึงคู้บอนมาตลอด ไม่เคยสั่งชะลอหรือยกเลิก แต่กระบวนการทบทวนจนนำไปสู่การยกเลิกโครงการเกิดขึ้นในสมัยของผู้บริหารกทม.ชุดปัจจุบัน จึงขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลจากข้อเท็จจริง และหยุดการแพร่กระจายข่าวปลอมที่สร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม.



