สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ว่า มาตรการห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของออสเตรเลีย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาคธุรกิจไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวแยกต่างหากจากลูกค้าได้อีกต่อไป


ทั้งนี้ รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดค่าธรรมเนียมการใช้บัตรรวมประมาณ 1,600 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 37,173.33 ล้านบาท) ต่อปี และช่วยลดต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจ


อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กออกมาตำหนินายกรัฐมนตรีแอนโธนี นี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย ว่า “เสแสร้งอย่างสิ้นเชิง” หลังสำนักงานจัดเก็บภาษีออสเตรเลีย (เอทีโอ) ประกาศว่า จะยุติการรับชำระภาษีด้วยบัตรเครดิตตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. นี้ โดยให้เหตุผลว่า ไม่เหมาะสมที่จะผลักภาระค่าธรรมเนียมการรับชำระเงินไปให้ผู้เสียภาษี


บรรดาตัวแทนภาคธุรกิจระบุว่า ผู้ประกอบการรายย่อยกำลังถูกกำหนดให้ต้องแบกรับค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเอง หรือไม่ก็รวมต้นทุนดังกล่าวไว้ในราคาสินค้าและบริการ ขณะที่เอทีโอกลับเลือกหลีกเลี่ยงต้นทุนในลักษณะเดียวกัน


ด้านรัฐบาลออสเตรเลียยืนยันว่า การปฏิรูปครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้โครงสร้างราคามีความโปร่งใสมากขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางออสเตรเลีย (อาร์บีเอ) กล่าวว่า ภาคธุรกิจยังสามารถนำต้นทุนที่เกิดจากการรับชำระเงินด้วยบัตร ไปรวมไว้ในราคาสินค้าและบริการโดยรวมได้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS