เมื่อวันที่ 3 ต.ค. พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต.ชูตระกูล ยศมาดี ผบก.ภ.จว.นครนายก, พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1 นำชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1, ตำรวจ สภ.บ้านนา และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจ เข้าทลายจุดติดตั้งซิมบ็อกซ์ ภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ต.บ้านพริก อ.บ้านนา จ.นครนายก

จากการตรวจค้นได้พบเครื่องซิมบ็อกซ์ ขนาด 32 ซิม จำนวน 4 เครื่อง, กล้องวงจรปิด จำนวน 1 ตัว จึงตรวจยึดนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านนา จ.นครนายก

การปฏิบัติครั้งนี้สืบเนื่องจากวันที่ 14 ก.ย. 2569 ตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.ภ.1 ได้จับนายภัทร อายุ 22 ปี จ.สระแก้ว พร้อมของกลางเครื่องซิมบ็อกซ์ จำนวน 2 เครื่อง ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี ในความผิดฐาน “ร่วมกันทำ มีใช้ นำเข้า นำออกหรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต”

ต่อมาสืบสวนขยายผลจากคดีหลอกลวงนักศึกษาให้กักขังตัวเองในห้องพัก และได้เรียกเงินจากผู้ปกครองโอนเงินเข้าสู่บัญชีคนร้าย เหตุเกิดท้องที่ สภ.ประตูน้ำจุฬา จ.ปทุมธานี จากการสอบถามนายภัทร ทราบว่ามีนายนนท์ เป็นผู้ว่าจ้าง ให้เฝ้ากล่องอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์

จากนั้นได้สืบสวนขยายผลทราบจุดวางอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์เพิ่มเติม ตั้งอยู่บริเวณบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ต.บ้านพริก อ.บ้านนา จ.นครนายก จากนั้นลงพื้นที่ตรวจสอบได้สอบถามบุคคลซึ่งพักอาศัยใกล้เคียงได้ทราบว่านนท์ เป็นผู้พักอาศัยอยู่ภายในบ้านเช่าดังกล่าวจริง

นอกจากนี้ชุดสืบสวนตรวจสอบระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบเคสที่น่าเชื่อได้ว่าใช้อุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ ที่ชุดสืบสวนพบจุดวางในการกระทำความผิด จำนวน 6 คดีที่ผู้เสียหายร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี มูลค่าความเสียหาย จำนวน 20,000 บาท, สภ.งาว จ.ลำปาง มูลค่าความเสียหาย จำนวน 113,291 บาท, สภ.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา มูลค่าเสียหาย จำนวน 19,000 บาท

สภ.เมืองเชียงราย มูลค่าเสียหาย จำนวน 596,000 บาท, สน.หัวหมาก มูลค่าเสียหาย จำนวน 60,000 บาท และ สน.จรเข้น้อย มูลค่าเสียหาย จำนวน 500,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 1,308,291 บาท

โดยทั้ง 6 เคส คนร้ายมีพฤติการณ์โทรศัพท์หลอกลวงโดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แห่งหนึ่ง จากนั้นอ้างว่าจะทำการโอนสายให้ตำรวจ และแจ้งว่าผู้เสียหายได้มีคดีฟอกเงินเกี่ยวกับยาเสพติด และได้หลอกให้ทำการโอนเงินเข้าสู่บัญชีคนร้าย.