สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่า ตำรวจปราบจลาจลปะทะกับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วฝรั่งเศสเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และสหภาพแรงงานเรียกร้องให้ครูหยุดงานประท้วง ในขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส พยายามควบคุมการประท้วงที่รุนแรงขึ้น เกี่ยวกับสภาพห้องเรียนและงบประมาณ

นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา มีผู้ถูกจับกุมทั่วฝรั่งเศสประมาณ 5,000 คน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และมีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน ซึ่งเจ้าหน้าที่อากาธ ฟูโกต์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติของฝรั่งเศส กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่า 600 นาย ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

ด้านเจ้าหน้าที่ปาทริซ ฟอร์ ผู้บัญชาการตำรวจกรุงปารีส ระบุในจดหมายเปิดผนึกที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ก่อนการประท้วงครั้งใหม่ที่วางแผนไว้ตั้งแต่วันอังคารนี้ (6 ต.ค.) ว่าผู้ที่เริ่มต้นการประท้วงไม่สามารถควบคุมการชุมนุมได้อีกต่อไป รวมถึงเรียกร้องให้นักเรียนยุติการปิดกั้นโรงเรียนและการก่อความไม่สงบ และหันไปใช้รูปแบบการประท้วงอย่างสันติ

“มันถึงเวลาแล้วที่จะกลับไปสู่รูปแบบการกระทำที่สันติ” เจ้าหน้าที่ฟอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ปกครองมีความรับผิดชอบในการชี้นำบุตรหลานของตนให้อยู่ห่างจากสิ่งที่เรียกว่า “อิทธิพลของผู้ก่อจลาจลมืออาชีพ” และผู้สนับสนุนของพวกเขา

อนึ่ง สหภาพนักเรียนของฝรั่งเศส เรียกร้องให้มีการชุมนุมทั่วประเทศในวันอังคารนี้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงกังวลว่า การประท้วงที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบในใจกลางกรุงปารีสโดยเฉพาะ อาจนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่ากลุ่มอนาธิปไตยฝ่ายซ้ายจัดอาจฉวยโอกาสจากความเคลื่อนไหวนี้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS