หากใครที่ไถฟีดโซเชียลมีเดียในช่วงนี้คงจะสะดุดตากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ “กรมอุตุนิยมวิทยา” ที่พลิกโฉมการรายงานสภาพอากาศแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่เข้าถึงง่ายกระชับและเป็นกันเองจนได้รับเสียงชื่นชมจากชาวเน็ตอย่างล้นหลาม
วันนี้ ‘เดลินิวส์’ พาไปเปิดเบื้องหลังความสำเร็จของการปรับ “วิธีการสื่อสาร” บนโลกออนไลน์ ซึ่งมาจากนโยบายของผู้บริหาร ตั้งแต่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และผู้บริหารของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่พร้อมเปิดรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน
โดยมีหัวใจสำคัญคือการนำข้อมูลทางวิชาการที่ซับซ้อน มาเรียบเรียงใหม่ให้เข้าใจง่ายและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง โดยยังคงยึดถือ “ความถูกต้องของข้อมูล” เป็นหลักอย่างเคร่งครัด

ผสมผสาน Gen Y-Z วางคนให้ถูกแพลตฟอร์ม
ทั้งนี้ ทีมประชาสัมพันธ์ ของกรมอุตุฯ ให้ข้อมูลว่า หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า เบื้องหลังการยกเครื่องครั้งนี้ถูกเปลี่ยนเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งหมดที่มารับหน้าที่ดูแลโซเชียลมีเดียช่องทางสื่อสารของกรมอุตุฯ แต่แท้จริงแล้วเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง “นักอุตุนิยมวิทยา” และ “ทีมประชาสัมพันธ์ หรือ PR ” ของกรมอุตุฯ โดยอาศัยจุดแข็งของคนแต่ละช่วงวัย ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นข้าราชการอายุน้อยหรือ คน Gen ไหนเป็นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น
- Facebook: ใช้แอดมินหลักเป็น Gen Y ซึ่งเป็นคนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2524–2539 (ค.ศ. 1981–1996) ที่มีความเข้าใจบริบทการสื่อสารเชิงลึก
- X (ทวิตเตอร์เดิม): ส่งแอดมิน Gen Z (เจเนอเรชันซี) ซึ่งเป็นคนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2540–2552 (ค.ศ. 1997–2009) เข้ามาดูแล เพื่อให้ทันท่วงทีกับความเร็วและภาษาของคนบนแพลตฟอร์ม
ความลงตัวนี้เกิดขึ้นจากทักษะและความเหมาะสมของงาน โดยในช่วงเริ่มต้นการปรับรูปแบบการสื่อสาร ได้ทีม PR ของกรมอุตุฯ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการขับเคลื่อน ร่วมกับ นักอุตุนิยมวิทยา

จัดทัพรับมือ 24/7 ทำงานเป็นทีมไม่ทิ้งภาระให้ใคร
การติดตามสภาพอากาศเป็นเรื่องที่ต้องทำตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ในทางปฏิบัติระยะยาวเพื่อให้เกิดความยั่งยืน กรมอุตุฯ จึงจัดระบบแบ่งบทบาทอย่างชัดเจน โดยมีนักอุตุนิยมวิทยาปฏิบัติหน้าที่เป็นเวรคอยติดตามข้อมูลอากาศตลอดเวลา จากนั้นส่งต่อให้ทีม PR รับไม้ต่อ นำข้อมูลมาสื่อสารด้วยภาษาที่ย่อยง่าย พร้อมคอยสอดส่องคำถามและประเด็นที่ประชาชนกำลังให้ความสนใจ เพื่อตอบสนองได้ตรงจุด โดยไม่ปล่อยให้เป็นภาระของแอดมินคนใดคนหนึ่ง
เปลี่ยนมุมคิด “ประชาชนอยากรู้อะไรจากสภาพอากาศ”
สำหรับกระแสตอบรับและเสียงชื่นชมในช่วงที่ผ่านมา ทีมงานของกรมอุตุฯ รู้สึกดีใจและขอบคุณประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาขยับเข้าไปใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น ลดทอนศัพท์วิชาการที่เข้าใจยาก แล้วหันมาตั้งคำถามจากมุมมองของคนอ่านว่า “ประชาชนอยากรู้อะไรและเมื่อรู้สภาพอากาศแล้วจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง”
อย่างไรก็ตาม นอกจากคำชมแล้ว ทีมงานยังคงเปิดรับคำถาม ข้อเสนอแนะ และคำวิจารณ์เพื่อนำมาเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่การทำให้โพสต์อ่านสนุกหรืออ่านง่ายขึ้นเท่านั้น
แต่คือการทำให้คนไทยเข้าใจข้อมูลสภาพอากาศและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน.
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



