เมื่อเวลา 10.40 น.วันที่ 4 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สถานการณ์น้ำในคลองหลักๆ ถือว่าดีขึ้น ยกเว้นคลองประเวศบุรีรมย์ ที่มีผลต่อพื้นที่ร่มเกล้า ลาดกระบัง สะพานสูง ที่ต้องมีการระบายน้ำออกทางคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมร่มเกล้าและลาดกระบัง สูบน้ำไปแล้วและน้ำลดลง 50 เซนติเมตร ขณะที่ศูนย์พักพิงรถสามารถเข้าออกได้แล้ว ซึ่งคาดว่าในวันที่ 5 ต.ค.สถานการณ์จะดีขึ้นอย่างมาก และเริ่มการฟื้นฟูต่อไป ขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงของการฟื้นฟู และเร่งระบายน้ำส่วนที่เหลือ ยอมรับที่มีหลายหมู่บ้านที่น้ำเข้าแล้วออกยาก ดังนั้น กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเข้าไปสูบน้ำออกให้ ส่วนหมู่บ้านที่สูบน้ำออกได้แล้วก็เร่งฟื้นฟู เช่น เคหะคลองจั่น แต่ก็พบว่ามีขยะเป็นจำนวนมาก จึงมีการทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม ในการจัดทำแผนจัดเก็บขยะ สถานการณ์ในพื้นที่กทม. ค่อยๆคลี่คลาย ไปในทางที่ดีขึ้น

เมื่อถามถึงสถานการณ์ในพื้นที่เคหะร่มเกล้า น้ำจะแห้งสนิทเมื่อใดนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า เคหะร่มเกล้ามีพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ หากจะให้แห้งพร้อมกันหมดก็เป็นไปไม่ได้ วันนี้มีบางพื้นที่เริ่มแห้งแล้ว ขณะที่ในวันที่ 5 ต.ค.ก็คาดว่า จะมีพื้นที่แห้งเพิ่มขึ้น 80 เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์จะค่อยๆดีขึ้น มีการแบ่งการฟื้นฟูเป็น 4 โซน โดยมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมรับผิดชอบ ส่วนสถานการณ์ฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ 1-2 วันนี้นั้น มีการเตรียมพร้อมพร่องน้ำให้มากที่สุด ซึ่งตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศไว้ จะมีฝนตกประมาณ 30 มิลลิเมตร ก็คิดว่าหากฝนไม่ตกแช่ อาจจะมีน้ำเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวล ในครั้งนี้ต้องเช็คสภาพอากาศในวันใกล้เคียงอีกครั้ง

เมื่อถามต่อว่าสถานการณ์น้ำใน กทม.จะซ้ำรอยสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ต้องรอดูการพยากรณ์อากาศในปัจจุบัน แต่ฝนก็ไม่ได้มากเหมือนที่ผ่านมา ที่มีปริมาณถึง 300 มิลลิเมตร ที่ตกหนักและปูพรมทั่วกรุงเทพฯ ยืนยันว่าจะไม่ซ้ำรอย เพราะเป็นคนละรูปแบบ เนื่องจากเหตุการณ์ที่ผ่านมามีฝนตกแช่ทั้ง 3 วัน และปริมาณมาก แต่ฝนที่เป็นปกติ เหมือนมรสุมธรรมดา และน้ำเหนือ น้ำหนุนตามปกติ ก็สามารถดูแลได้ เช่น ถ้าน้ำเหนือและน้ำหนุน ต้องดูแลพี่น้องประชาชนตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ซึ่งกทม. ดูแลและเร่งเสริมกระสอบทราย

เมื่อถามอีกว่าทำไมฝนตกเพียงครึ่งชั่วโมงแต่ น้ำท่วมถนนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นายชัชชาติกล่าวว่า เพราะมีน้ำขังในพื้นที่ ซึ่งคลองแต่ละจุดเต็ม เมื่อมีน้ำฝนมาเติม ก็จะล้นขึ้นมาได้เร็ว แต่ก่อนหน้านี้ แม้จะมีการพร่องน้ำไว้แล้ว และมีพื้นที่รองรับน้ำไว้ แต่ก็ยังมีน้ำปริ่มในพื้นที่ และดินก็ชุ่มน้ำ ไม่สามารถที่จะซับน้ำไม่ได้

เมื่อถามต่อว่าน้ำทะเลหนุนจะส่งผลต่อการระบายน้ำหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า น้ำทะเลกับน้ำเหนือที่ไหลลงมา ถือเป็นน้ำที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งจะไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนนี้ยังไม่ส่งผลกระทบอะไร เพราะคันกั้นน้ำ ยังมีพื้นที่เหลืออีกจำนวนมาก ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เพราะน้ำเหนือไม่ได้มีจำนวนมาก จะสามารถคลี่คลายด้วยสถานการณ์ จึงขออย่ากังวลในเรื่องนี้.