เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความเสียหายหลังอุทกภัยในพื้นที่ จ.จันทบุรี พบว่าแม้มวลน้ำจะแห้งสนิท แต่ทิ้งความเสียหายอย่างหนักไว้กับเกษตรกร โดยเฉพาะสวนทุเรียนพืชเศรษฐกิจหลัก ที่ประสบวิกฤติ “สวนจมน้ำ” จากน้ำท่วมขังยาวนาน จนรากขาดอากาศ ใบเหี่ยวกรอบ และทยอยร่วงหล่นยืนต้นตาย
นายสุพจน์ นิ่มเพลา เกษตรกร ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว เปิดเผยด้วยความสะเทือนใจว่า น้ำเอ่อท่วมสวนสูง 4–5 เมตร ขังนานถึง 6 วัน เมื่อน้ำลดกลับต้องเห็นทุเรียนยืนต้นแห้งเฉาตายต่อหน้าต่อตา รู้สึกหมดสิ้นทุกอย่าง เพราะหากต้องปลูกใหม่ต้องใช้เงินทุนและเวลานานหลายปี รายได้หลักที่เคยคาดหวังหายวับไปกับสายน้ำ
ด้าน น.ส.จารุวรรณ ทองใบ เกษตรจังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบเกษตรกรได้รับผลกระทบมากกว่า 4,000 ราย พื้นที่สวนผลไม้เสียหายรวมกว่า 20,000 ไร่ จึงสั่งการให้เกษตรอำเภอเร่งเอกซเรย์สำรวจรายแปลง เพื่อเสนอขอเงินชดเชยเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลังเป็นการด่วน

พร้อมกันนี้ ได้เร่งแนะแนวทางฟื้นฟูหลังน้ำลด ตัดแต่งกิ่งแห้ง ป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า ประสานสถานีพัฒนาที่ดินแจกปูนโดโลไมต์ปรับสภาพดิน รวมถึงประสาน ธ.ก.ส. และสหกรณ์การเกษตร พิจารณามาตรการพักชำระหนี้ และปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรนเพื่อช่วยเหลือ
ทั้งนี้ สภาเกษตรกรและภาคเอกชนผู้ส่งออก ประเมินว่า ทุเรียนเป็นพืชไม่ทนน้ำขัง การกู้ต้นเดิมต้องใช้เวลาฟื้นฟู 1–2 ปี หรือหากปลูกใหม่ต้องใช้เวลานานถึง 5–6 ปี จึงจะให้ผลผลิต ความเสียหายกว่า 2 หมื่นไร่ครั้งนี้ อาจส่งผลสะเทือนต่อปริมาณทุเรียนคุณภาพของจันทบุรีในฤดูกาลหน้า และกระทบต่อยอดออร์เดอร์ส่งออกทุเรียนสดไปยังประเทศจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



