นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้เร่งให้มีการติดตามกรณีปัญหาราคาเนื้อหมูที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้สั่งการให้ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งหารือเพื่อดูแลแก้ปัญหาราคาเนื้อสุกรแพงทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ซึ่ง ล่าสุด ภายใต้การสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ปัญหาในระยะอันใกล้นี้ ทั้ง 2 กระทรวงได้หรือถึงแนวทางการชะลอการส่งออกสุกร เพื่อให้มีปริมาณสุกรอยู่ในประเทศเพียงพอต่อความต้องการ เพื่อทำให้ราคาของเนื้อสุกรในตลาดลดต่ำ รวมทั้งขอความร่วมมือ ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ตรึงราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดง ขอความร่วมมือผู้ค้า อย่าเพิ่งฉวยโอกาสจำหน่ายราคาเนื้อสุกรที่แพงเกินสมควร คาดว่าภายใน 4 เดือน จำนวนสุกรขุนจะเพิ่มขึ้น และราคาจะปรับเข้าสู่ภาวะปกติ

สำหรับระยะกลาง-ยาวนั้น รัฐบาลจะมุ่งเน้น ให้กรมปศุสัตว์ส่งเสริมเกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเดิม ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม มีการขึ้นทะเบียนฟาร์มสุกรกับผู้เลี้ยงรายเล็ก-ย่อยมากขึ้น เพื่อเฝ้าติดตาม ควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคในสุกร

นอกจากนี้ยังจะมีการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ให้ผลิตลูกหมูเพิ่ม เพื่อส่งให้เกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเลี้ยง โดยจะใช้เงินทุนจากธนาคาร ธ.ก.ส. ภายใต้ “โครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร” เข้ามาสนับสนุน เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการดำเนินการ พร้อมกับเร่งหารือกับภาคการเกษตรและการส่งออก-นำเข้า เพื่อหามาตรการลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และจะส่งเสริมการปลูกข้าวโพดมาเป็นพืชอาหารสัตว์ให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ประเทศไทย มีความต้องการใช้ถึงปีละ 8 ล้านตัน แต่มีกำลังการผลิตเพียง 4 ล้านตัน/ต่อปี

“นายกฯ เป็นห่วงเรื่องราคาเนื้อสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยได้เร่งให้มีการติดตามและออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาเนื้อสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่ง กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งจัดการประชุมเร่งด่วนหารือภาพรวมทั้งหมดเกี่ยวกับสินค้าแพง ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีพร้อมนำเข้า หารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดการบูรณาการในแก้ปัญหาหมูแพง รวมทั้งราคาสินค้าอื่น ๆ ด้วย”