เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ประกาศว่า ผู้บริหารของบริษัทที่ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือมาม่า ยืนยันกับกระทรวงพาณิชย์ว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคา เพื่อเป็นการช่วยเหลือภาระค่าครองชีพประชาชนในวิกฤติเศรษฐกิจราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นเกินราคาในช่วงนี้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องที่นายจุรินทร์จะมาประกาศความภาคภูมิใจ เคลมเป็นผลงานตัวเองว่าช่วยเหลือลดภาระพี่น้องประชาชน
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า แน่นอนว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชีวิตประชาชนคนไทยมายาวนาน แต่ท่านต้องอย่าลืมว่า สิ่งที่สำคัญไปกว่าการไม่ขึ้นราคามาม่า คือการแก้ไขปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคให้ราคาคงที่ในท้องตลาด มีการตรึงราคาสินค้า อย่างเช่นตอนนี้ราคาหมู ไก่ และเป็ด แพงจนน่าใจหาย แต่ตนกลับไม่เห็นว่ารัฐบาลจะหามาตรการใดเพื่อให้ประชาชนได้อุ่นใจ ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจซ้อนโควิดระบาด รัฐกลับละเลย ไม่สนใจ ไม่เห็นหัวประชาชน
นายณัฐชา กล่าวอีกว่า ในเทศกาลตรุษจีนที่จะมาถึงนี้ แน่นอนว่าคนไทยเชื้อสายจีนต้องจับจ่ายหมู เป็ด ไก่ ไหว้บรรพบุรุษ แต่ราคาในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชนเป็นอย่างมาก ท่านควรเร่งหามาตรการเพื่อตรึงราคา แก้ไขปัญหาให้สถานการณ์มันดีขึ้น ไม่ใช่มาภาคภูมิใจว่ามาม่าไม่ขึ้นราคา ตนว่ามันไม่ใช่ ท่านทำเหมือนกับว่าตาบอด ไม่เห็นปัญหาประชาชนที่แท้จริง ตนแนะนำว่าท่านลองเปิดตาข้างหนึ่ง เผื่อท่านจะเห็นปัญหาประชาชน ที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางวิกฤติผีซ้ำด้ำพลอยเช่นนี้
“ผมขอเรียกร้องให้นายจุรินทร์ เร่งหามาตรการภาครัฐในการแก้ไขปัญหาสินค้า ตรึงราคาเนื้อหมู ไก่ เป็ด น้ำมัน ให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างเร็วที่สุด ส่วนมาม่าแม้ไม่ขึ้นราคา แต่ก็ไม่ใช่อาหารที่จะประทังปากท้องของประชาชน คุณภาพของชีวิตประชาชนไม่ควรขึ้นอยู่กับบุญคุณของรัฐบาล ประชาชาควรที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสิทธิที่จะเลือก ไม่ใช่สิ่งที่รัฐยัดเยียดให้” นายณัฐชา กล่าว.



