นายอัศวิน พละพงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีมันนี่ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างรอธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุมัติใบอนุญาตจัดทำธุรกิจเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-มันนี่ คาดว่าจะได้รับการอนุญาตในเร็วๆ นี้ โดยบริษัทฯ จะเป็นตัวกลางหลักของระบบอี-มันนี่ รับจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านเอพีไอ และพอร์ทัลต่างๆ และกำลังหารือกับ ธปท.ทำระบบโอนเงินรูปแบบใหม่ผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทสเตเบิลคอยน์ เช่น ยูเอสดีที ที่มีเงินสกุลดอลลาร์หนุนหลัง ทดแทนโอนเงินผ่านสกุลเงินแบบเดิม โดยลูกค้าที่ใช้บริการจะไม่ได้รับผลกระทบ หรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

สำหรับการโอนเงินผ่านสเตเบิลคอยน์ ยูเอสดีที บริษัทฯ จะทำระบบกลางเน็ตเวิร์กโอนเงินให้ โดยจะเชื่อมต่อกับศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล (เอ็กซ์เชนจ์) ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการคือ บิทคับ, ซิปเม็กซ์ และสตางค์โปร โดยลูกค้ายังทำการโอนเงินผ่านแพลตฟอร์มของดีมันนี่ ทั้งแอพพลิเคชั่น, สาขา, เว็บไซต์ เป็นต้น ซึ่งจะสามารถโอนเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมงต่างจากรูปแบบเดิมที่เชื่อมธนาคาร จะโอนเงินได้ตามช่วงเวลาทำการ 09.00-13.00 น. เท่านั้น และค่าธรรมเนียมจะถูกลง ต้นทุนต่ำลง และค่าอัตราแลกเปลี่ยนจะลดลงด้วย
ทั้งนี้กรณีที่ ธปท.สนับสนุนเงินดิจิทัลอย่างซีบีดีซี ที่ ธปท.กำลังจะทำขึ้นมานั้น เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีและเห็นด้วย เพราะจะทำให้ได้รับประโยชน์กันทั้งอีโคซิสเต็ม ทั้งผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการประชาชน ร้านค้าต่างๆ และซีบีดีซีจะมีต้นทุนน้อยลง คาดว่า ธปท.จะทดลองซีบีดีซีในไตรมาส 4 ปีนี้ ส่วนยูเอสดีทีนั้น ดีมันนี่กำลังทดลองอยู่
“ในตอนแรกธปท.ได้กังวลเหมือนกัน เพราะเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งได้คุยกับ ธปท.มาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ช่วงแรกได้พูดถึงบิตคอยน์ แต่ตอนนี้ไม่พูดแล้ว แต่จะคุยเรื่องสเตเบิลคอยน์แทน โดยมองว่าแพลตฟอร์ม เน็ตเวิร์ก เป็นหัวใจหลัก บริษัทฯ ได้ทำระบบโอนเงินเชื่อมต่อกับธนาคาร ซึ่งบริษัทจะเป็นระบบหลังบ้าน โดยไม่ได้มองว่าใครเป็นคู่แข่ง ทำให้บริษัทฯ มองหาโอกาสพัฒนาเน็ตเวิร์กอยู่ตลอดเวลา และเตรียมขยายเครือข่ายไปต่างประเทศ ซึ่งสตาร์ทอัพในเรื่องนี้ยังมีน้อย เพราะมีต้นทุนมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง”
นายอัศวิน กล่าวว่า ในปี 64 ธุรกรรมโอนเงินของดีมันนี่ มี 6 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยคิดเป็น 2 ล้านรายการต่อปี โดยในปี 65 ดีมันนี่จะจับมือพันธมิตรกว่า 50 ประเทศทั่วโลก จากปัจจุบัน 40 ประเทศ เพื่อขยายระบบการโอนเงินให้มากขึ้น และขยายโอนเงินของนิติบุคคลไปต่างประเทศ และยังคงเน้นจุดแข็งคือ ค่าธรรมเนียมถูก บุคคลธรรมดา 125-250 บาทต่อครั้ง, นิติบุคคล 449 บาทต่อครั้ง จากปกติจากที่อื่น 1,200-2,500 บาทต่อครั้ง และใช้เวลาโอนเร็วแค่ 1-2 วัน จากโอนเงินปกติโอนไปต่างประเทศใช้เวลา 7 วัน



