สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่าชาวบ้านในภูมิภาคสะกาย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมียนมา กล่าวกับสื่ออิสระหลายแห่ง ว่ากองทัพส่งทหารเข้าสู่พื้นที่ ประมาณช่วงวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา โดนก่อนหน้านั้นมีการระดมยิงปืนใหญ่ และสาดกระสุนปืนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนจนต้องพากันอพยพ
หลังจากนั้น ทหารกระจายกำลังไปตามหมู่บ้านหลายแห่ง แล้วจุดไฟเผาบ้านเรือนของประชาชน เสียหายไปแล้วประมาณ 200-600 หลัง เป็นอย่างน้อย เนื่องจากเชื่อว่า บ้านเรือนเหล่านี้เป็นสถานที่หลบซ่อน หรือให้ความช่วยเหลือ “กองกำลังประชาชน” (พีดีเอฟ) ซึ่งเป็นนักรบพลเรือนที่ร่วมกันเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหาร และปัจจุบันมีเครือข่ายกระจายกันอยู่ตามเมืองใหญ่หลายแห่ง
อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์เช่นกัน ว่าปฏิบัติการดังกล่าวของกองทัพเมียนมา อาจเป็นไปเพื่อการตอบโต้ จากกรณีที่พีดีเอฟในภูมิภาคสะกายประกาศว่า เป็นผู้ก่อเหตุโจมตีศูนย์ฝึกและค่ายที่พักของกองกำลังสนับสนุนรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งอยู่ในบริเวณนี้เช่นกัน เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก “ดาตา ฟอร์ เมียนมา” ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรเคลื่อนไหวอิสระ ระบุว่า นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 จนกระทั่งถึงวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา บ้านเรือนของชาวเมียนมาอย่างน้อย 3,379 หลัง ได้รับความเสียหายจากการเผาทำลาย ส่วนใหญ่อยู่ที่ภูมิภาคสะกาย ภูมิภาคมะเกว และรัฐชิน.
เครดิตภาพ : Radio Free Asia (RFA)



