นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาพลังงานที่ขยับสูงขึ้นทั้งหมดตามตลาดโลกทั้ง น้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม-ก๊าซแอลเอ็นจี-ถ่านหินว่า ทิศทางราคาก๊าซหุงต้ม ที่ตรึงราคาไว้ 318 บาทต่อถังต่อ 15 กก. มา 2 ปี จนถึงสิ้นเดือน มี.ค. อาจจำเป็นต้องขยับราคาขึ้นตามแผนขั้นบันได คือ ขึ้น 1 บาทต่อ กก. ทุกไตรมาส หรือปรับขึ้นเป็น 333 บาทต่อถังขนาด 15 กก.
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาในช่วงนั้น และปัญหาค่าครองชีพของประชาชนว่า จะเอื้ออำนวยในการขึ้นราคาหรือไม่ และหากช่วยเหลือเป็นรายกลุ่ม อาจเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเป็น 100 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน จากเงินช่วยเหลือปัจจุบันอยู่ที่ 45 บาท โดยในส่วนของเงินเพิ่ม 55 บาทนี้ ทางกระทรวงพลังงานจะพยายามหาเงินช่วยเหลืออยู่

ส่วนกรณีสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย จะมีการชุมนุม 8 ก.พ. เรียกร้องให้ดูแลราคาและกดดันปรับเปลี่ยน รมว.พลังงาน ว่า ขอให้กลุ่มรถบรรทุก-รถแท็กซี่เอ็นจีวี เข้าใจสถานการณ์ราคาน้ำมันสูงเกินคาดการณ์ ที่ราคาน้ำมันดิบขณะนี้อยู่เลย 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยกระทรวงพลังงาน บริหารงานเข้าช่วยเหลือ โดยอุดหนุนราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ด้วยเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุน 3.79 บาทต่อลิตร หากปล่อยราคาตามกลไกตลาดก็จะสูงกว่า 34 บาทต่อลิตร
อย่างไรก็ตามราคาเอ็นจีวีขณะนี้ บมจ.ปตท.ช่วยตรึงราคาประมาณ 3 บาทต่อกก. อยู่ที่ราคา 15.59 บาทต่อ กก. จนถึงกลางเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งกรณีกลุ่มแท็กซี่เรียกร้องขอราคา 10.50 บาทต่อ กก. ทางกระทรวงพลังงาน กำลังพิจารณาช่วยเฉพาะกลุ่มและให้ประชาชนได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะดูเรื่องการช่วยรถสาธารณะเป็นหลัก ซึ่งปตท.มีโครงการลมหายใจเดียวกันช่วยเหลือแท็กซี่ก็กำลังดูเพิ่มเติมว่าจะช่วยอย่างไร
โดย ปตท.ช่วยตรึงราคาตั้งแต่ พ.ย. 64 – กลางเดือน มี.ค.65 เป็นเงินเกือบ 1,500 ล้านบาท โดยกระทรวงพลังงานกำลังตามติดสถานการณ์ราคาทุกด้าน และเตรียมแผนงานช่วยเหลือ ขอให้ประชาชนวางใจ มาตรการเหล่านี้ จะยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน จะมาชี้แจงรายละเอียดปลายเดือน ก.พ.นี้
“เบื้องต้นกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องกู้มาดูแลราคาพลังงานที่ 30,000 ล้านบาท โดยที่มาของเงินกำลังหารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณว่าจะนำเงินส่วนใดมาดูแล เช่น อาจจะมาจากงบกลางของรัฐบาล ที่เป็นรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น”



