นายพีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางและบำรุงผิว หรือ บิวตี้บุฟเฟ่ต์ เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทได้ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่โดยลดการขายสินค้าผ่านร้านบิวตี้บุฟเฟ่ต์ลง พร้อมกับปิดสาขาร้านดังกล่าวจาก 300 สาขา เหลือ 50 สาขา เพื่อลดต้นทุน และหันไปให้ความสำคัญกับการขายส่งในร้านค้าทั่วไปเข้าสู่ตลาดมวลชน อาทิ ซูเปอร์มาร์เกต ร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ และมีตัวแทนจำหน่าย 13 รายใหญ่ ช่วยกระจายสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น และส่งออกต่างประเทศ ตั้งเป้าหมายปีนี้มีรายได้ 680 ล้านบาท เติบโต 65% และใน 3 ปี กลับมามีรายได้ 3,000 ล้านบาท เท่ากับช่วงก่อนโควิด

ทั้งนี้ ในช่วงโควิดที่ผ่านมาบริษัทได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ต้องบริหารจัดการโดยลดต้นทุนจากการปิดสาขาทำให้ลดต้นทุนได้ปีละ 200 ล้านบาท แล้วหันไปหาตลาดใหม่ ๆ เจาะลูกค้าทั่วไปมากขึ้น พร้อมกับพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคทุกคน อาทิ ลดราคาและลดขนาด เพื่อให้สามารถจับต้องได้และรองรับกำลังซื้อในปัจจุบัน  รวมไปถึงเปิดตัวสินค้ากลุ่มสุขภาพต่าง ๆ ทำให้สามารถประคองธุรกิจอยู่ได้ และปีนี้จะใช้เงิน 15 ล้านบาท ในการปรับปรุงร้านบิวตี้บุฟเฟ่ต์สาขาที่เหลือ และทำการตลาดเปิดตัวสินค้าใหม่ ใช้พรีเซ็นเตอร์เพื่อให้เข้าถึงทุกคน

ขณะที่ภาพรวมตลาดเครื่องสำอางปีนี้ เชื่อมั่นว่าจะเริ่มกลับมาเติบโต 2-3% จากปกติตลาดเติบโต 10% เนื่องจากบรรยากาศการจับจ่ายและการลงทุนต่าง ๆ ดีขึ้น หลังจากที่ผ่านมา มูลค่าตลาดลดจาก 240,000 ล้านบาท ในปี 62 เหลือประมาณ 200,000 ล้านบาท ติดลบ 10% ในปี 64 โดยที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นผม ติดลบ 9%, สกินแคร์ ติดลบ 11%, สินค้าส่วนบุคคลลดลง 7%, เมคอัพ ลดลง 58% และลักชัวรี่ ลดลงมากถึง 41% และยอดการขายลดจาก 500 บาทต่อคนต่อบิล เหลือ 400 บาทต่อคนต่อบิล