เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่รัฐสภา นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายรัฐบาลตามมาตรา 152 เกี่ยวกับเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการบริหารงานผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่งผลให้เกิดวิกฤติการเมืองตามมาซึ่งวิกฤตการเมืองแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ1.วิกฤติผู้นำ 2.วิกฤติระบบการเมือง และ 3.วิกฤตินิติรัฐ ซึ่งวิกฤติของผู้นำนั้นเกิดจาก กองทัพส่งแม่ทัพนายกองมายึดอำนาจ แต่ไม่สามารถบริหารประเทศได้
นอกจากนี้ นางอมรัตน์ โยงไปถึงกองทัพไทย ที่ตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายนายทุนใหญ่และฝ่ายจารีตนิยมขวาจัด แบ่งอำนาจและผลประโยชน์อย่างลงตัวราวกับฝาแฝดอินจัน ระบบการเมืองหลังรัฐประหาร 2 ครั้งปี 49 และปี 57 ได้สร้างระบอบการเมืองแบบใหม่คือ “ประชาธิปไตยจอมปลอม” ที่อำนาจสูงสุดไม่ใช่ประชาชน แต่อยู่ในมือของเครือข่ายนายทุนและฝ่ายขวาจารีตตลอดมา และการนำระบอบการเมืองกลับมาสู่เส้นทางประชาธิปไตยคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนำมาใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ในช่วงท้าย นางอมรัตน์ สรุปภาพรวม ตั้งแต่ช่วงกลางปี 64 ถึงต้นปี 65 มีประชาชนและเยาวชนถูกดำเนินคดีความไป 1,767 ราย ในจำนวนนี้เป็นคดีการเมือง, คดีอาญามาตรา 112, คดีความมั่นคง มาตรา 116, คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งยังไม่รวมคดี พ.ร.บ.ชุมนุม ข้อหาละเมิดศาล พร้อมเสนอพิจารณานิรโทษกรรมคดีการเมืองทั้งหมดโดยเฉพาะผู้ที่เป็นอนาคตของชาติ เพื่อสมานรอยร้าวสังคมไทย ซึ่งควรเปิดประตูบานแรกคลี่คลายความขัดแย้งในสังคมการเมืองเหมือนที่เคยทำมาหลายครั้งในอดีต.



