เมื่อวันที่ 23 มี.ค. พล.ต.มานิต ศิริรัตนากูล ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 1 (ผบ.พล.พัฒนา1) กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการกับศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัย สาขาวัดท่าไม้ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ว่าตอนนี้ในขั้นต้นทางศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัยได้เปลี่ยนวัตถุประสงค์การยื่นเช่าที่ดิน ซึ่งเป็นพื้นที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ที่มอบหมายให้กองพลพัฒนาที่ 1 กองทัพบก ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแล โดยขอเปลี่ยนจากวัตถุประสงค์การเช่าจากเดิมที่จดทะเบียนว่าจะทำเป็นพื้นที่วัด มาเป็นพื้นที่ตั้งมูลนิธิฯแทน

โดยเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา กองพลพัฒนาที่ 1 ได้แจ้งด้วยวาจากับทางศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัยไปแล้วว่าให้ดำเนินการตามขั้นตอน หลังจากนี้จะมีหนังสือแจ้งตามไปเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง เพื่อให้ศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัยดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนปฏิบัติและกฎหมายในเรื่องของการขอยื่นเช่าพื้นที่ภายในระยะเวลา 30 วัน ส่วนการดำเนินการก่อนหน้านี้ที่ตอนแรกขอยื่นจดทะเบียนเช่าพื้นที่เพื่อทำเป็นวัด แต่กลับมาทำเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมนั้น ทางกรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของพื้นที่จะต้องไปดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหาย ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัยเพิ่งจะขอเปลี่ยนวัตถุประสงค์การเช่าเพื้นที่เป็นการจัดตั้งมูลนิธิฯเมื่อวันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา กรมธนารักษ์ถือเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหาย จึงต้องดำเนินการเรียกค่าเสียหาย ในส่วนของกองพลพัฒนาที่ 1 กองทัพบกมีหน้าที่ดำเนินการให้ศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัยปฏิบัติตามเงื่อนไขเท่านั้น

เมื่อถามว่าจะมีการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญากับศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัยหรือไม่ พล.ต.มานิตกล่าวว่า เรื่องนี้ทางอธิบดีกรมธนารักษ์ได้พูดชัดเจนไปแล้ว ว่าพื้นที่ดังกล่าวนอกจากศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัยสาขาวัดท่าไม้แล้ว ยังมีชาวบ้านใช้พื้นที่ปลูกบ้านเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งยังไม่ได้มีการยื่นเรื่องเพื่อขอเช่าพื้นที่อีกหลายรายดังนั้น เราต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านมายื่นเช่าตามขั้นตอนกฎหมาย เพราะหากเราแจ้งความดำเนินคดีกับศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัย สาขาวัดท่าไม้ แล้วต้องดำเนินการกับชาวบ้านด้วย เนื่องจากไม่สามารถเลือกปฏิบัติได้ เราเห็นใจชาวบ้าน หากมียื่นเช่าตามกฎหมายแล้วจะได้รับการคุ้มครองดูแลจากรัฐบาล หากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เช่น ภัยพิบัติต่างๆ

อย่างไรก็ตามในพื้นที่ อ.สวนผึ้ง เนื้อที่ประมาณ 500,000 ไร่ ขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ โดยมีการแบ่งพื้นที่ดูแลระหว่างกรมการทหารช่าง และกองพลพัฒนาที่ 1 ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขา มีพื้นที่ราบเพียง 50,000 ไร่ ส่วนใหญ่ได้แบ่งเป็นพื้นที่ฝึกทางทหาร และที่ตั้งของโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา ตามพระราชดำริฯ อีกส่วนหนึ่งกรมธนารักษ์แบ่งพื้นที่ให้ชาวบ้านและหน่วยงานอื่นๆได้เช่า