อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562

เสพสมบ่มิสม วันที่ 11 มิถุนายน 2556

อังคารที่ 11 มิถุนายน 2556 เวลา 00.00 น.

เรียน คุณหมอที่นับถืออย่างสูง

ผมป่วยเป็นเบาหวานมาตั้งแต่อายุ 37 ปี จนมาถึงวันนี้ผมอายุ 55 ปีแล้ว ต้องพบหมอตามกำหนดนัดหมายไม่เคยขาด กินยาควบคุมเบาหวานมาตลอด แต่ก็คุมน้ำตาลได้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร อาการโดยรวมไม่ค่อยจะดีนักเพราะผมได้รับการตัดนิ้วเท้าไปหนึ่งนิ้วเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2555 เนื่องจากมีแผลเกิดขึ้นโดยที่ผมไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย จนเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรง หมอจึงต้องตัดทิ้งไป โดยหมอบอกว่ามีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้เส้นประสาทเสื่อมได้ง่าย ผมจึงไม่กินของหวาน กินแป้งน้อยลง กินผัก กินปลามากขึ้น ล่าสุดผลเจาะเลือดพบระดับน้ำตาลในเลือดได้ค่า 140 หน่วย ทางด้านสุขภาพร่างกายไม่มีปัญหา แต่กิจกรรมทางเพศผมแย่ลงมาก ไม่สามารถร่วมเพศได้เลย อวัยวะไม่แข็งตัวพอที่จะสอดใส่ได้ ภรรยาก็พยายามช่วยด้วยการไปหายาต่าง ๆ มาช่วยเสริมซึ่งก็ได้ผลดีบ้างในช่วงแรก ๆ แต่เมื่อนานไปกลับแย่ไปยิ่งกว่าเดิมอีก ผมอยากมีความสุขทางเพศได้เหมือนเดิม จะต้องทำอย่างไรบ้าง ขอให้คุณหมอช่วยแนะนำด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งกังวล อายุของผมเพิ่งจะ 50 ต้น ๆ ยังเป็นแบบนี้ หากอายุมากขึ้นจะเป็นเช่นไร คิดแล้วก็ได้แค่อิจฉาเพื่อน ๆ หลายคน อายุใกล้เคียงกันยังมีความสุขเสพสมได้อย่างสมอารมณ์หมาย

ด้วยความนับถือ
ป.ปวดร้าว

ตอบ คุณ ป.ปวดร้าว

ปัญหาด้านสุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเกิดอีดี โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับการหมุนเวียนของโลหิตและเส้นประสาท การเป็นโรคเบาหวานสามารถทำให้เกิดอีดีได้ถึง 75% แต่มีร้อยละ 12 ของผู้ป่วยเบาหวานมาพบแพทย์ด้วยปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ โดยที่ไม่ทราบว่าเป็นเบาหวานมาก่อน บางครั้งผู้ป่วยคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี จะเกิดปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวขึ้นชั่วคราว และดีขึ้นเมื่อสามารถควบคุมเบาหวานได้ดี แต่หากเป็นเบาหวานมานานหลาย ๆ ปี อวัยวะเพศอาจไม่แข็งตัวตามปกติตลอดไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังรักษาได้ การรักษาขั้นแรก การใช้ยารับประทาน  (Oral Erectogenic Agents) โดยสามารถรับประทานก่อนการมีเพศสัมพันธ์ ประมาณ 30-60 นาที และจะออกฤทธิ์เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศตามหลัง แต่ยานี้จะไม่มีผลเมื่อไม่มีการกระตุ้นทางเพศ และไม่มีผลกระตุ้นความต้องการทางเพศ หรือผลต่อการหลั่งแต่อย่างใด ชายไร้อารมณ์จึงไม่ได้ผลจากการกินยาเฉพาะกิจได้ผลเปรียบสภาพกินแป้งเท่านั้น

คนไข้จึงควรได้รับการตรวจหาระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนร่วมด้วยหากฮอร์โมนต่ำยาก็จะไม่ออกฤทธิ์ จึงต้องได้รับการเสริมฮอร์โมนเพศชายร่วมด้วยการรักษาขั้นที่สอง การฉีดยาเข้าองคชาต (Intracavernosal Self-Injection) ยาขยายหลอดเลือดจะถูกฉีดเข้าไปในโพรงเนื้อเยื่อขององคชาตเมื่อต้องการมีเพศสัมพันธ์ ในปัจจุบันมียาที่ผ่านการรับรองจาก FDA แล้ว 2 ชนิด คือ อัลโปรสเตดิล (Alprostadil) ซึ่งเป็นโพสตาแกลนดิน อี 1 (Prostaglandin E1) และ มอกซิซัยไลท์ (Moxisylyte) ผลข้างเคียงอาจทำให้เกิดอาการปวด การแข็งตัวนานผิดปกติ (Priapism) และการเกิดเนื้อเยื่อพังผืดบริเวณที่ฉีดมาเป็นเวลานาน ๆ หากฉีดจำนวนมากเกินที่แพทย์สั่งไว้ จึงต้องใกล้ชิดเรียนรู้ รู้วิธีฉีดจากแพทย์เท่านั้น รักษาอาการอีดีที่กล่าวมานั้นย่อมได้รู้จริงถึงผลดีและผลข้างเคียงต่อตัวคุณ การรักษาอาการดังกล่าวจึงต้องให้คนไข้มาตรวจร่างกายกับแพทย์โดยตรง เพราะจะต้องตรวจเลือดหลายอย่างร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นระดับไขมัน ความดันเลือด ความแข็งแรงของหัวใจ ระดับฮอร์โมนเพศชายและต่อมลูกหมาก เป็นต้น จึงจะวินิจฉัยและจ่ายยาได้ถูกต้อง ยาก็จะมีประสิทธิภาพสูงไม่ใช่กินแล้วดีแค่ช่วงแรกเหมือนกับยาที่ภรรยาของคุณหาซื้อมาให้ แต่ยาของแพทย์เป็นยาที่กินตรงกับสาเหตุที่เป็น มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูง

การรักษาอาการอีดีอย่าใจร้อนต้องมีความอดทนในการฟื้นฟู เพราะการฟื้นฟูไม่ได้ฟื้นฟูแค่ระบบเดียวแต่ฟื้นฟูตามสาเหตุที่พบ เมื่อเข้ารักษาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอจะพบได้ว่าอาการอีดีของคุณจะฟื้นตัวได้ในเร็ววัน ขอให้ตั้งใจและอดทน

ท่านใดที่มีปัญหาสมรรถภาพทางเพศที่จะต้องขอถามหรือขอคำแนะนำปรึกษาให้โทรฯ ได้ที่เบอร์ 08-1814-5441, 08-1133-3068 และ 08-4636-2789 และ เว็บไซต์ www.meetdoctoro.com หรือส่งจดหมายที่ตู้ ป.ณ. 1812 บางรัก กท. 10500 พร้อมเบอร์โทรฯ ที่จะติดต่อได้.

ดร.โอ สุขุมวิท 51



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0