อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564

เสพสมบ่มิสม วันที่ 11 มิถุนายน 2556

อังคารที่ 11 มิถุนายน 2556 เวลา 00.00 น.

เรียน คุณหมอที่นับถืออย่างสูง

ผมป่วยเป็นเบาหวานมาตั้งแต่อายุ 37 ปี จนมาถึงวันนี้ผมอายุ 55 ปีแล้ว ต้องพบหมอตามกำหนดนัดหมายไม่เคยขาด กินยาควบคุมเบาหวานมาตลอด แต่ก็คุมน้ำตาลได้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร อาการโดยรวมไม่ค่อยจะดีนักเพราะผมได้รับการตัดนิ้วเท้าไปหนึ่งนิ้วเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2555 เนื่องจากมีแผลเกิดขึ้นโดยที่ผมไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย จนเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรง หมอจึงต้องตัดทิ้งไป โดยหมอบอกว่ามีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้เส้นประสาทเสื่อมได้ง่าย ผมจึงไม่กินของหวาน กินแป้งน้อยลง กินผัก กินปลามากขึ้น ล่าสุดผลเจาะเลือดพบระดับน้ำตาลในเลือดได้ค่า 140 หน่วย ทางด้านสุขภาพร่างกายไม่มีปัญหา แต่กิจกรรมทางเพศผมแย่ลงมาก ไม่สามารถร่วมเพศได้เลย อวัยวะไม่แข็งตัวพอที่จะสอดใส่ได้ ภรรยาก็พยายามช่วยด้วยการไปหายาต่าง ๆ มาช่วยเสริมซึ่งก็ได้ผลดีบ้างในช่วงแรก ๆ แต่เมื่อนานไปกลับแย่ไปยิ่งกว่าเดิมอีก ผมอยากมีความสุขทางเพศได้เหมือนเดิม จะต้องทำอย่างไรบ้าง ขอให้คุณหมอช่วยแนะนำด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งกังวล อายุของผมเพิ่งจะ 50 ต้น ๆ ยังเป็นแบบนี้ หากอายุมากขึ้นจะเป็นเช่นไร คิดแล้วก็ได้แค่อิจฉาเพื่อน ๆ หลายคน อายุใกล้เคียงกันยังมีความสุขเสพสมได้อย่างสมอารมณ์หมาย

ด้วยความนับถือ
ป.ปวดร้าว

ตอบ คุณ ป.ปวดร้าว

ปัญหาด้านสุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเกิดอีดี โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับการหมุนเวียนของโลหิตและเส้นประสาท การเป็นโรคเบาหวานสามารถทำให้เกิดอีดีได้ถึง 75% แต่มีร้อยละ 12 ของผู้ป่วยเบาหวานมาพบแพทย์ด้วยปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ โดยที่ไม่ทราบว่าเป็นเบาหวานมาก่อน บางครั้งผู้ป่วยคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี จะเกิดปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวขึ้นชั่วคราว และดีขึ้นเมื่อสามารถควบคุมเบาหวานได้ดี แต่หากเป็นเบาหวานมานานหลาย ๆ ปี อวัยวะเพศอาจไม่แข็งตัวตามปกติตลอดไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังรักษาได้ การรักษาขั้นแรก การใช้ยารับประทาน  (Oral Erectogenic Agents) โดยสามารถรับประทานก่อนการมีเพศสัมพันธ์ ประมาณ 30-60 นาที และจะออกฤทธิ์เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศตามหลัง แต่ยานี้จะไม่มีผลเมื่อไม่มีการกระตุ้นทางเพศ และไม่มีผลกระตุ้นความต้องการทางเพศ หรือผลต่อการหลั่งแต่อย่างใด ชายไร้อารมณ์จึงไม่ได้ผลจากการกินยาเฉพาะกิจได้ผลเปรียบสภาพกินแป้งเท่านั้น

คนไข้จึงควรได้รับการตรวจหาระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนร่วมด้วยหากฮอร์โมนต่ำยาก็จะไม่ออกฤทธิ์ จึงต้องได้รับการเสริมฮอร์โมนเพศชายร่วมด้วยการรักษาขั้นที่สอง การฉีดยาเข้าองคชาต (Intracavernosal Self-Injection) ยาขยายหลอดเลือดจะถูกฉีดเข้าไปในโพรงเนื้อเยื่อขององคชาตเมื่อต้องการมีเพศสัมพันธ์ ในปัจจุบันมียาที่ผ่านการรับรองจาก FDA แล้ว 2 ชนิด คือ อัลโปรสเตดิล (Alprostadil) ซึ่งเป็นโพสตาแกลนดิน อี 1 (Prostaglandin E1) และ มอกซิซัยไลท์ (Moxisylyte) ผลข้างเคียงอาจทำให้เกิดอาการปวด การแข็งตัวนานผิดปกติ (Priapism) และการเกิดเนื้อเยื่อพังผืดบริเวณที่ฉีดมาเป็นเวลานาน ๆ หากฉีดจำนวนมากเกินที่แพทย์สั่งไว้ จึงต้องใกล้ชิดเรียนรู้ รู้วิธีฉีดจากแพทย์เท่านั้น รักษาอาการอีดีที่กล่าวมานั้นย่อมได้รู้จริงถึงผลดีและผลข้างเคียงต่อตัวคุณ การรักษาอาการดังกล่าวจึงต้องให้คนไข้มาตรวจร่างกายกับแพทย์โดยตรง เพราะจะต้องตรวจเลือดหลายอย่างร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นระดับไขมัน ความดันเลือด ความแข็งแรงของหัวใจ ระดับฮอร์โมนเพศชายและต่อมลูกหมาก เป็นต้น จึงจะวินิจฉัยและจ่ายยาได้ถูกต้อง ยาก็จะมีประสิทธิภาพสูงไม่ใช่กินแล้วดีแค่ช่วงแรกเหมือนกับยาที่ภรรยาของคุณหาซื้อมาให้ แต่ยาของแพทย์เป็นยาที่กินตรงกับสาเหตุที่เป็น มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูง

การรักษาอาการอีดีอย่าใจร้อนต้องมีความอดทนในการฟื้นฟู เพราะการฟื้นฟูไม่ได้ฟื้นฟูแค่ระบบเดียวแต่ฟื้นฟูตามสาเหตุที่พบ เมื่อเข้ารักษาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอจะพบได้ว่าอาการอีดีของคุณจะฟื้นตัวได้ในเร็ววัน ขอให้ตั้งใจและอดทน

ท่านใดที่มีปัญหาสมรรถภาพทางเพศที่จะต้องขอถามหรือขอคำแนะนำปรึกษาให้โทรฯ ได้ที่เบอร์ 08-1814-5441, 08-1133-3068 และ 08-4636-2789 และ เว็บไซต์ www.meetdoctoro.com หรือส่งจดหมายที่ตู้ ป.ณ. 1812 บางรัก กท. 10500 พร้อมเบอร์โทรฯ ที่จะติดต่อได้.

ดร.โอ สุขุมวิท 51



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0