อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563

เก็บตกข่าวฮา ประสาทหาร วันที่ 17 พฤศจิกายน 2555

เสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2555 เวลา 00.00 น.

....สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านพบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์เก็บตกข่าวฮาประสาทหาร ตรงกับวันเสาร์ที่ 17 พ.ย. กรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้ลงนามเห็นชอบและอนุมัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการรวบรวมข้อมูล เพื่อดำเนินการถอดยศและเรียกเบี้ยหวัดคืนจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากใช้เอกสารไม่ถูกต้องสมัครเข้ารับราชการทหาร ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ก็ได้ส่งทนายยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้พิจารณาเรื่องที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ที่ได้ออกคำสั่งถอดยศร้อยตรี และเพื่อเป็นการดำเนินการทางอาญากับ พล.อ.อ.สุกำพล ที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ออกคำสั่งโดยไม่มีอำนาจ ตามแนวทางที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ ไม่เป็นการดำเนินการตามกฎหมายวินัยทหาร กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและทำให้บุคคลอื่นเสียหาย
   
....อย่างไรก็ตามคำร้องต่อ ป.ป.ช. เป็นการยื่นร้องทั้งพล.อ.อ.สุกำพลและคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งของกระทรวงกลาโหม.....งานนี้เทหมดหน้าตัก เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว และในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นในวันที่ 25-27 พ.ย.นี้ ข่าวแจ้งมาว่า พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีทีมงานกฎหมายมือหนึ่ง หวังผลกับการอภิปราย “บิ๊กโอ๋” พล.อ.อ.สุกำพล ในครั้งนี้มาก โดยเฉพาะประเด็นการถอดยศนายอภิสิทธิ์ ดังนั้นเรื่องที่สำคัญข้อมูลที่เป็นช่องโหว่ทางกฎหมายต้องมาจาก “คนใน” เท่านั้น  งานนี้ “บิ๊กโอ๋” พล.อ.อ.สุกำพล คงต้องระวังตัวและตั้งรับให้ดี ถ้าประมาทอาจเจอข้อมูลที่ไม่คาดฝันหลุดมาก็ได้
   
....เรื่องการถอดยศนายอภิสิทธิ์ ตั้งแต่มีข่าวเกิดขึ้นไม่มีหน่วยงานไหนที่กล้าจะแสดงตัวออกมาอธิบายอย่างเป็นกิจจะลักษณะ หรือ แสดงหลักฐานทุกอย่างให้ชัดเจนว่า นายอภิสิทธิ์ผิดตรงไหน คำสั่งของกองทัพบกในสมัยนั้นมีคำสั่งว่าอย่างไร และทำไมถึงปล่อยเรื่องให้ยาวนานมา 24 ปี แล้วค่อยมาดำเนินการเอาจริงเอาจังในช่วงนี้ ทำไมถึงไม่ดำเนินการตั้งแต่เริ่มแรก ความจริงแล้วเรื่องของการหนีทหารมีเกิดขึ้นมากมายในสังคมไทย โดยเฉพาะบรรดาลูกคนใหญ่คนโตในสังคมไทยต่างหนีการเกณฑ์ทหารทั้งนั้น ดังนั้น การที่รัฐบาลปัจจุบันนี้หันมาดำเนินการจัดการกับคนที่หนีทหารเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และขออย่าได้เลือกปฏิบัติว่า ต้องเป็นคนนั้น คนนี้ ถ้าทำก็ทำให้หมดทุกคน เช่น กรณีการใช้ใบ สด.43 ปลอม ก็ไม่ควรจะปล่อยไว้เช่นเดียวกัน.....???
     
....ส่วนกองทัพบกจะถอดยศหรือไม่นั้น “บิ๊กตู่” พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ก็บอกแล้วว่า ไม่เกี่ยวกับกองทัพบกเป็นเรื่องของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นหน่วยบังคับบัญชาเป็นผู้ดำเนินการทั้งสิ้น กองทัพบกต้องรอฟังผลการตัดสินว่าเป็นอย่างไร หากกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งให้กองทัพบกดำเนินการก็จะต้องปฏิบัติ เพราะไม่สามารถขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาได้ ถ้าเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ดำเนินการสั่งการลงมาก็จะต้องปฏิบัติตาม 
     
....หมดเรื่องของการถอดยศก็มาเรื่องของการเข้าร่วมชุมนุมของกลุ่ม “เสธ.อ้าย” พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม จะจัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลในวันที่ 24 พ.ย.นี้ โดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำเหมือนเดิมว่า ทหารมีระเบียบวินัย คำว่าวินัยทหาร ร้ายแรงคือสิ่งใดที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติแล้วไม่ปฏิบัติถือว่าขัดคำสั่งและเหตุการณ์ใดที่ไม่ได้สั่งแต่ไปทำก็ถือว่าขัดคำสั่ง ทหารคุมกันได้ด้วยวินัย ข้อสำคัญทุกคนต้องรู้หน้าที่ตนเองมีความสำนึก ความรับผิดชอบ ถ้าสั่งต้องปฏิบัติ เช่นกับเวลาสั่งทหารไปรบก็ต้องไปรบให้ชนะ โดยสูญเสียน้อยที่สุด ไม่ว่าใครก็ตามขอให้เข้าใจความเป็นทหารว่า ต้องคิดอย่างที่ผมคิด 
   
....“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกด้วยว่า หากยังมีทหารคนใดฝ่าฝืนคำสั่งไปร่วมการชุมนุม จะต้องสอบสวนว่า ไปเพราะอะไร ใครสั่ง และสั่งเพราะอะไร ไปติดตามสถานการณ์หรือร่วมชุมนุมโดยส่วนตัว แต่ถ้าจะยกขบวนกันไป โดยผู้บังคับบัญชาสั่งการนั้นไปไม่ได้ ส่วนที่มีข่าวว่ามีการนำทหารจากค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรี ไปล้อมรอบกรุงเทพฯนั้น คนที่พูดมันบ้า สมองมันเสื่อม การที่ทหารจะออกไปไหนไม่สามารถไปได้เป็นหมู่ หมวด หรือกองร้อย การนำทหารออกนอกหน่วยต้องได้รับคำสั่งการเคลื่อนย้ายกำลัง ซึ่งอำนาจอยู่ที่ รมว.กลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.ทบ. อีกทั้งอาวุธทุกชนิดอยู่ในคลังอาวุธนั้นทหารไม่มีอาวุธติดตัว ถ้าถืออาวุธออกมาข้างนอกก็โดนจับเหมือนกัน ทหารจะเบิกอาวุธได้ต่อเมื่อออกมาฝึกหรือทำงานในสนาม การจะบอกว่าทหารนำอาวุธมาไล่ยิงใครข้างนอก คิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ ถ้าออกมาโดยไม่มีใครสั่งถือว่าทำนอกกฎหมาย
   
....ไม่ได้หายหน้าหายตาไปไหน สำหรับ พล.ท.หฤษฎ์ พุ่มหิรัญ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร ที่เงียบหายไปเพราะช่วงนี้เดินสายเป็นประธานเปิดโครงการ “เยาวชนไทย รู้รักสามัคคี” เพื่อสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ รุ่นที่ 2 ล่าสุดไปที่จังหวัดสุรินทร์ ก่อนที่จะไปในพื้นที่ภาคเหนือ และ ภาคใต้ ต่อไป แม้จะงานยุ่งแค่ไหน แต่ในวันคล้ายวันสถาปนา กรมกิจการพลเรือนทหาร ครบรอบปีที่ 16 ของกรมกิจการพลเรือนทหารในปีนี้ “พี่หฤษฎ์” นอกจากจะจัดพิธีสงฆ์ในช่วงเช้าตามปกติแล้ว ยังขอเชิญผู้ที่มาร่วมงานรับประทานอาหารร่วมกันหลังจากเสร็จพิธีสงฆ์ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากปีที่แล้วไม่ได้จัดเพราะประสบปัญหาอุทกภัยนั่นเอง  
   
....หลังจากการโยกย้ายปลายปีเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หน่วยงานที่สับเปลี่ยนตำแหน่งมากที่สุดเห็นจะเป็นกองทัพอากาศ ซึ่งกรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ก็มีการเปลี่ยนเช่นเดียวกัน โดย พล.อ.ต.มานะ ประสพศรี ขึ้นมารับตำแหน่งเจ้ากรมกิจการพลเรือน ดังนั้นเมื่อขึ้นมารับตำแหน่งทาง “พี่มานะ” ก็ได้นำคณะเข้าเยี่ยมคารวะหน่วยงานต่าง ๆ ของเหล่าทัพอื่น เพื่อแนะนำตัว พร้อมกับหารือข้อราชการ ขอรับคำแนะนำ และเยี่ยมชมกิจการ เมื่อเยี่ยมชมหน่วยงานอื่น ๆ แล้ว “พี่มานะ” จึงมีความคิดว่า อยากจะทำความรู้จักกับน้อง ๆ นักข่าวสายทหารบ้าง จึงได้นัดสื่อมวลชนเลี้ยงเพื่อกระชับความสัมพันธ์และแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ที่สำคัญเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายต้องประสานการทำงานร่วมกันอีกยาวนาน โดยได้กำหนดนัดเลี้ยงในวันที่ 23 พ.ย. 2555 เวลา 18.00 น. ที่สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ กองทัพอากาศ.

"รหัสมอร์ส"



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0