อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ผู้ว่าฯนครฯประกาศเคอร์ฟิวส์แยกควนหนองหงส์

ผู้ว่าฯประกาศเคอร์ฟิวส์ หลังกลุ่มโจ๋เลือดร้อน ระดมกำลังเข้ายึดแยกควนหนองหงส์ ชะอวด เผารถตำรวจวอด ไม่พอใจที่บุกสลายการชุมนุม ต้องใช้แก๊สน้ำตาสกัดบาดเจ็บระนาวทั้งสองฝ่าย จันทร์ที่ 16 กันยายน 2556 เวลา 04.59 น.

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 16 ก.ย. หลังจากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการรื้อสิ่งกีดขวางม็อบยางจนสามารถเปิดการจราจรที่สี่แยกควนหนองหงส์ อ. ชะอวด จ. นครศรีธรรมราช ได้ตามปกติเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยอาศัยช่วงที่ผู้ชุมนุมไปกรีดยางนั้น   ล่าสุดทำให้กลุ่มวัยรุ่นกว่า 50 คนไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมดังกล่าว จึงรวมตัวกันได้เดินทางมายังสี่แยกควนหนองหงส์ อีกครั้ง โดยขว้างปาก้อนอิฐ ก้อนหิน และขวดเครื่องดื่มที่บรรจุน้ำกรด(น้ำส้มฆ่ายาง) พร้อมใช้หนังสติ๊กระดมยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อยหลายราย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามกดดันเข้าจับกุม แต่กลุ่มวัยรุ่นได้กระจายกำลังออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มละ 5-6  คนซ่อนตัวตามพุ่มไม้พร้อมระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีเสียงดังคล้ายปืนดังขึ้นหลายนัด

พล.ต.ต.สมชาย  อ่วมถนอม รอง ผบช.ภ.8 จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตายิงใส่กลุ่มวัยรุ่นจนแตกกระเจิง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไปหลายคน แต่วัยรุ่นทั้งหมดยังไม่ยอมแพ้หลังจากวิ่งหาน้ำล้างตาก็รวมตัวกลับมาใหม่ ทำให้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่เป็นระยะ ๆ โดยในขณะรายงานข่าวสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ตำรวจได้ประกาศห้ามประชาชนผู้ไม่เกี่ยวข้องรวมทั้งรถที่สัญจรไปมาผ่านในจุดสี่แยกควนหนองหงส์อย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะได้รับอันตรายจากกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในอารมณ์รุนแรงได้  ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ต่อมาเวลา 14.00 น. มีความคืบหน้าเหตุปะทะระหว่างตำรวจกับวัยรุ่นม็อบยางพาราที่แยกควนหนองหงส์ อ. ชะอวด จ. นครศรีธรรมราช ล่าสุดพบว่า ได้มีการเผารถตำรวจเสียหาย 3 คัน  แต่ยังเกิดความชุลมุน ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ  เนื่องจากฝ่ายตำรวจชุดกองร้อยควบคุมฝูงชนและชุดปฎิบัติการพิเศษ ก็ระบุว่าเป็นฝีมือของวัยรุ่นที่ลุกฮือขึ้นมาอีกครั้ง

ขณะที่ด้านชาวบ้านกลับแย้งว่า ผู้ก่อเหตุคือตำรวจในพื้นที่ ที่สวมชุดไพรเวท  แฝงรอยมาเป็นชาวบ้านแล้วลอบเผาเสียเอง ซึ่งเมื่อชาวบ้านควบคุมตัวได้ ก็ขอให้ปล่อยตัวเพราะเป็นคนรู้จักกัน   อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ ชาวบ้านในพื้นที่และเกษตรกรไม่พอใจที่ตำรวจทำรุนแรง แอบเข้าสลายการชุมนุม อีกทั้งใช้แก๊สน้ำตาน้ำร้ายผู้ชุมนุมอีก ทำให้มีการลุกฮือของชาวบ้าน ที่ต่างระดมพลกันมาปิดแยกควนหนองหงส์อีกครั้ง

เย็นวันเดียวกัน ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช  นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาการชุมนุมประท้วงของเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนเปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาการชุมนุมนั้นอยู่ในกรอบของกฎหมาย แต่ก็มีกลุ่มวัยรุ่น 30-40 คน ได้ไปทำลายทรัพย์สินของประชาชนและทำลายทรัพย์สินทางราชการคือ ป้อมยามตำรวจที่แยกควนหนองหงส์ จึงถือว่ามีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้น จังหวัดจึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ในการเข้าไปเพื่อทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยและยกสิ่งกีดขวางออกเพื่อเปิดการจราจร เพราะผู้ชุมนุมได้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 2 มาตรา คือ มาตรา 226 ที่ทำลายทรัพย์สินทางราชการ และมาตรา 229 เกี่ยวกับการวางสิ่งกีดขวางที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อการจราจร ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงไม่ใช่เป็นการชุมนุมโดยสงบ และกระทบต่อสาธารณะ จึงไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
“หลังตำรวจรื้อถอนสิ่งกีดขวางออกจากถนนและเปิดการจราจรแล้ว ได้มีผู้ใหญ่บ้านในเขตอำเภอชะอวดคนหนึ่ง พยายามระดมกลุ่มวัยรุ่นที่วัดแห่งหนึ่ง เพื่อทำการชุมนุมอีกครั้งในช่วงเย็นวันนี้ ซึ่งได้สั่งการให้ติดตามความเคลื่อนไหว และตรึงกำลังบริเวณแยกควนหนองหงส์ เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมปิดถนนอีกครั้ง ขอยืนยันว่าจังหวัดไม่ขัดขวางการชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรที่ชุมนุมโดยสงบ ไม่กระทบสาธารณะ และชุมนุมภายใต้รัฐธรรมนูญ จากการชุมนุมที่ผ่านมาจะทำให้มีลัทธิเลียนแบบเกิดขึ้นในแต่ละอำเภอ มีการตั้งแก๊ง ตั้งก๊วนขึ้น ซึ่งจะเป็นภัยอย่างยิ่งกับภาพลักษณ์และสิ่งที่จะทำให้นครศรีธรรมราช เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว เพราะถ้านครศรีธรรมราชไม่ปลอดภัยแล้ว ก็จะไม่สามารเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวได้เลย และจะกระทบกับการจัดงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบที่ยิ่งใหญ่ของชาวนครศรีธรรมราชอย่างรุนแรง ”

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังกล่าวอีกว่า จากการรายงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่พบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นวัยรุ่น ส่วนหนึ่งมีการดื่มและมีการเสพสิ่งเสพติด ทำให้การชุมนุมไม่สามารถเกิดความสงบได้ จึงทำให้บรรยากาศการชุมนุมรุนแรง ดังนั้นทางจังหวัดจึงได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือเพื่อทบทวนมาตรการในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ผ่านมาว่ายังมีข้อบกพร่อง ทำให้การแก้ไขปัญหาไม่เบ็ดเสร็จ สมบูรณ์ คือยังมีเสพสิ่งเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นอยู่อีก  ซึ่งจะได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัด เพื่อออกคำสั่งในการจัดระเบียบสังคม เพื่อนำเยาวชนจากทุกอำเภอเข้าสู่การบำบัดทั้งในค่ายทหาร และค่ายที่อำเภอจัดขึ้นโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นแล้วปัญหายาเสพติดจะลามไปสู่ปัญหาอาชญากรรมอื่น ๆ ตามมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์กลุ่มวัยรุ่นม็อบยางพาราควนหนองหงส์ อ.ชะอวด ยังคงบ้าคลั่งระดมกำลังกว่า 100 คน ใช้ผ้าโพกหัวและปิดปังใบหน้าออกมาอาละวาดยิงหนังสติ๊กและขวางปาก้อนอิฐ ก้อนหิน และขวดเครื่องดื่มที่บรรจุน้ำกรด (น้ำส้มฆ่ายาง) เข้าใส่เจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยจะอยู่ห่างจากเจ้าหน้าที่ประมาณ 50-100 เมตร หากเจ้าหน้าที่ลุกไล่เข้ามาใกล้ ๆ ก็วจะวิ่งหลบหนีเข้าป่าสวนยางและป่ามะเลาะริมถนน เทื่อเข้าหน้าที่กลับเข้าที่ตั้งกลุ่มวัยรุ่นก็จะออกมาก่อเหตุอีกครั้ง จนเจ้าหน้าที่ต้องใช้แก๊สน้ำตายิงใส่กลุ่มวัยรุ่นเพื่อหยุดความบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่เป็นผลและยังสร้างความโกรธแค้นเพิ่มเติมให้กับกลุ่มวัยรุ่น หลังจากหาน้ำล้างหน้าล้างตาให้บรรเทาจากอาการแสบร้อนจากแก๊งน้ำตากลุ่มวัยรุ่นก็จะรวมตัวกันบุกเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง จนบนถนนเต็มไปด้วยก้อนหิน ก้อนอิฐ ท่อนไม้  และเศษขวดเครื่องดื่มที่ตกแตกกระจายเกลื่อน ซึ่งทั้งหมดล้วนถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำร้ายเจ้าหน้าที่  โดยมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บนำส่ง รพ.ชะอวดแล้วจำนวน 5 ราย ในขณะที่อีกนับ 10 รายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไม่ต้องไปโรงพยาบาล ส่วนผู้ชุมนุมส่วนใหญ่จะมีผลกระทบจากแก๊สน้ำตาไปนับ 10 รายเช่นกัน

นายสถาพร ภักดีวงศ์ อัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การทำให้เสียทรัพย์สาธารณประโยชน์ หรือการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ทางสาธารณะอยู่ในลักษณะที่เป็นอันตรายต่อการจราจร หรือรวมทั้ง เอาสิ่งต่าง ๆมากีดขวางทางสาธารณะ ล้วนเป็นสิ่งที่ล่วงละเมิดต่อกฎหมายทั้งสิ้น และมีโทษหนัก ซึ่งทางราชการคงต้องดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมาย ในปัจจุบันน่าจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานไปบางส่วนแล้ว

วันเดียวกัน กลุ่ม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกแถลงการณ์ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลสลายการชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา ว่า ถือเป็นสถานการณ์รุนแรงที่สร้างความหวั่นวิตกแก่ประชาชนทั่วไปเกรงว่า จะลุกลามบานปลายจนเกิดความสูญเสียมากขึ้น ส.ส.นครศรีธรรมราช รู้สึกเป็นห่วงกับสถานการณ์ดังกล่าว

จึงเรียกร้องในเบื้องต้นคือ 1.ให้รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติการในพื้นที่ ยุติการเผชิญหน้าทุกรูปแบบ 2.รัฐบาลควรใช้แนวทางสันติ ทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุม 3.รัฐบาลต้องทบทวนท่าทีในการแก้ไขปัญหาราคายางพารา 4.รัฐบาลยุติการใส่ร้ายป้ายสีการเคลื่อนไหวของเกษตรกรผู้เดือดร้อน โดยเฉพาะการกล่าวหาว่า มีนักการเมืองโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลัง เป็นการฉวยโอกาสใส่ร้ายเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้ออกประกาศใช้พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550  โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 มาตรา 27( 22,23,24) และมาตรา 29 ห้ามมิให้บุคคลใด ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องหรืออยู่อาศัยอยู่ในบริเวณชุมนุมนั้น เข้าไปอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการใดในพื้นที่บริเวณที่เกิดหรือใกล้เคียงที่จะเกิดสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่บริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ และพื้นที่ใกล้เคียง ระหว่างเวลา 12.00 น.วันที่ 16 ก.ย. จนถึงเวลา 12.00 น.วันที่ 17 ก.ย.  หรือจนกว่าคำสั่งจะเปลี่ยนแปลง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า  ในส่วนของผู้ชุมนุมยังปักหลักยึดพื้นที่กว่า 100 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าใช้ความรุนแรงมากนัก เพราะเกรงสถานการณ์จะบานปลาย ทั้งนี้นอกจากมีการเผารถตำรวจ 3 คันแล้ว ล่าสุดยังมีการยึดรถสายตรวจตำรวจอีก 5 คัน และจุดไฟเผากลางถนนจนเหลือแต่ซาก  พร้อมมีการทุบรถบริเวณใกล้เคียงบางส่วนด้วย  แท้ยังไม่ทราบผู้ก่อเหตุที่แน่ชัด ว่าเป็นวัยรุ่นผู้ชุมนุม หรือมีการป่วนสร้างสถานการณ์จากมือที่ 3

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมูลนิธิต่างๆ ได้นำรถพยาบาลเข้าไปประจำเพื่อช่วยเหลือกรณีมีผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม   ขณะที่การจราจรบริเวณดังกล่าวก็อัมพาตไปโดยปริยาย  ตำรวจที่ตั้งด่านตรวจอยู่ห่างสี่แยกควนหนองหงษ์  3 กม. ได้ตรวจเข้มรถทุกชนิดด้วย  พร้อมแนะนำให้หีกเลี่ยงเส้นทาง

ด้านนายสมนึก เหมมณี เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตามที่ได้เปิดรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ตามมาตรการช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตเป็นเงินสดค่าปุ๋ย แก่เกษตรกรชาวสวนยางพารา ไร่ละ 2,520 บาท  นั้น จะรับขึ้นทะเบียนถึงวันที่ 30 ก.ย. นี้ โดยขณะนี้มีเกษตรกรจากทุกอำเภอมาขึ้นทะเบียนแล้ว 34,983 ราย คิดเป็นร้อยละ 31.30 ของเป้าหมายตามฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรทั้งหมด 111,761 ราย
ขอให้เกษตรกรชาวสวนยางรีบไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ตามสถานที่เกษตรอำเภอนัดหมาย โดยให้เตรียมหลักฐานต่าง ๆ ไปให้พร้อมด้วย ประกอบด้วย สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน สำเนาเอกสารสิทธิ์ หรือสำเนาแสดงสิทธิทำกินในที่ดินตามกฎหมาย พร้อมให้เกษตรกรแปลงข้างเคียงรับรองข้อมูลแปลงละ 1 คน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กรรมการ อบต. กรรมการหมู่บ้าน กรรมการ ศ.บ.ก.ต. กรรมการชุมชนในเขตเทศบาล ผู้นำชุมชน รับรองข้อมูลแปลงละ 1 คน ด้วย

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีการเตรียมความพร้อมภายหลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ายึดแยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราชได้อีกครั้งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งกำลังไว้ห่างจุดที่ชุมนุมไว้ประมาณ 10 กม. ป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะไม่สามารถควบคุมให้การชุมนุมกันเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในพื้นที่

ทั้งนี้ได้เน้นมาตรการทางกฎหมายเพื่อบังคับใช้กับกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าว พร้อมทั้งตรวจสอบความเสียหาย ซึ่งขณะนี้มีรถยนต์ถูกเผาเสียหายบริเวณดังกล่าวประมาณ 8 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่บาดเจ็บประมาณ 70 นาย และบาดเจ็บสาหัส 4 นาย อีกทั้งในกลุ่มผู้ชุมนุมมีการสะสมอาวุธ อาทิ หนังสติ๊ก ระเบิดเพลิง ซึ่งอาจจะเตรียมใช่เพื่อก่อความรุนแรง ทั้งนี้ ได้เตรียมการตั้งจุดตรวจเข้มแข็งไว้เพื่อคอยป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0