อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

นายกฯกล่าวสุนทรพจน์วันสุดท้ายที่นิวยอร์ค

ยืนยันการเมืองไทยมีเสถียรภาพและพื้นฐานทางศก.เข็มแข็ง คาดเติบโตทางศก.5.5-6% แวะกรุงโรม ก่อนกลับถึงไทยเช้าวันเสาร์นี้ ศุกร์ที่ 28 กันยายน 2555 เวลา 03.10 น.

 

ที่นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชม. ) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  พร้อมด้วยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลัง และภาคเอกชน ได้เข้าร่วมงานและกล่าวสุนทรพจน์เปิดการสัมมนาในหัวข้อ “The State of the Thai Economy” เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและภาวะตลาดทุนไทย โดยนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลและประชาชนชาวไทย ยึดมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพทางการเมืองต่อไป ผ่านกระบวนการสร้างปรองดองในประเทศ การสร้างความเข้มแข็งแก่หลักนิติธรรม และการเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน
 

ส่วนทางด้านเศรษฐกิจนั้น นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ความมีเสถียรภาพทางการเมืองและพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายเพื่อส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจผ่านการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างเต็มที่ และคงคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 5.5 - 6 
 

ต่อมาเวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ) นายกรัฐมนตรีได้พบกับทีมไทยแลนด์ โดยนายกรัฐมนตรีได้ย้ำทีมไทยแลนด์ให้บูรณาการการทำงานร่วมกัน และต้องช่วยกันชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องของประเทศไทยต่อสายตาของนานาประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ  เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุน รวมทั้ง ขอให้กระทรวงการต่างประเทศสื่อสารนโยบายรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า การลงทุน และด้านต่างประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์
 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน Executive Luncheon Meeting กับภาคเอกชนไทยและนักลงทุนสหรัฐฯ  โดยนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า พื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยยังคงมีความเข้มแข็ง อัตราคนว่างงานมีน้อยกว่าร้อยละ 1 อีกทั้งไทยมีเงินเฟ้อระดับปานกลาง และสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วจากการเหตุอุทกภัยเมื่อปีที่แล้วและได้เตรียมความพร้อมสำหรับความยากลำบากที่ต้องเผชิญในอนาคต ไทยจำเป็นต้องขยายความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตที่เข้มแข็งของภูมิภาค และเพื่อให้ประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวัง จึงได้มีแผนการลงทุนขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ครอบคลุมระบบการบริหารจัดการน้ำ และระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยเงินกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะถูกนำไปลงทุนในโครงการตั้งแต่ ระบบควบคุมน้ำท่วม ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายรถไฟความเร็วสูง
 

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันในพันธสัญญาที่จะสร้างเสถียรภาพทางการเมือง ประชาธิปไตย หลักนิติรัฐและธรรมาภิบาล ตลอดจนการต่อต้านการคอร์รัปชั่น การผลักดันการปฏิรูปกระบวนการทางกฏหมาย และการลดข้อด้อยด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยการเสริมสร้างความโปร่งใสและร่วมมือกับภาคธุรกิจเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จของประเทศ
 

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เข้าหารือกับนายไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ณ New York City Hall  ก่อนที่จะกล่าวถ้อยแถลง ช่วงการอภิปรายทั่วไป ของการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ  ว่าจากปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในโลกขณะนี้ ต้องส่งเสริมความอดทน อดกลั้น แก้ข้อพิพาทต่างๆ ด้วยแนวทางสันติ  นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพราะส่งผลต่อหลักประกันของความเป็นนิติรัฐ และสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน  ด้วยการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ด้วยส่งเสริมค่านิยม และมาตรฐานระดับสากล  ผ่านองค์การสหประชาชาติ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างหลักนิติรัฐ ให้เป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่นำไปสู่สันติภาพ ความมั่นคงของโลก หวังว่าข้อพิพาทต่างๆ ในประชาคมโลก มีทางออกโดยสันติวิธี และไม่ใช้ความรุนแรง
 

หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังสนามบินเจเอฟเค เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย โดยจะแวะกรุงโรม ประเทศอิตาลี ก่อนเดินทางกลับถึงประเทศไทยในเวลา 09.40 น. ของวันเสาร์ที่ 29 ก.ย นี้ ซึ่งถือว่าเสร็จสิ้นภารกิจในการเดินทางเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ สมัยที่ 67  ระหว่างวันที่ 23-29 ก.ย.55

 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0