อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 กรกฎาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 กรกฎาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

รวบแก๊งค้ามนุษย์ลอบขนชาวเขมร 30 คนส่งทำงานก่อสร้างพื้นที่ กทม.

กกล.บูรพาร่วมกับ ตม.สระแก้ว ไล่ล่าแก๊งค้ามนุษย์ลอบขนชาวเขมร 30 คน จากชายแดน อ.อรัญประเทศ จะนำไปส่งทำงานก่อสร้างใน กทม. และไปใต้ ชาวเขมรไปใต้สารภาพจ่ายค่าหัวคนละ6,500 บาท พุธที่ 12 เมษายน 2560 เวลา 23.00 น.

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.เวลา 03.00น.พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผบ.กกล.บูรพา (ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา) รับรายงานจากชุดปฎิบัติการข่าว (ชปข.) ว่าจะมีการลักลอบนำเอาแรงงานเถื่อนชาวเขมรข้ามชายแดนบริเวณบ้านโคกสะแบง ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วเพื่อจะเดินทางไปทำงานชายแดนภาคใต้ จึงได้สั่งการให้ พ.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รอง.ผบ.กกล.บูรพา พ.อ.วิชิต มีคุณสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่12 นำกำลัง จนท.จำนวนหนึ่งออกทำการลาดตระเวนบนถนนศรีเพ็ญซึ่งเป็นถนนเลียบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ ต.ท่าข้าม และ ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อทำการสกัดกั้นและจับกุมแก๊งนำพาแรงงานเถื่อนข้ามชายแดนอย่างเข้มงวดพร้อมทั้งให้ประสานไปยัง พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ให้ส่งกำลัง จนท.เข้าร่วมทำการลาดตระเวณและจับกุมด้วย

ต่อมาขณะ จนท.ชุดดังกล่าวทำการลาดตระเวนมาถึงบริเวณสายแยกบ้านโคกสะแบงหมู่ 5 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วพบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ โตโยต้า หมายเลขทะเบียน ฮม-4976 กทม.สีบรอนซ์ มาวิ่งออกมาจากบ้านโคกสะแบง ซึ่งตรงกับที่ชุดปฏิบัติการข่าวแจ้งมา และอยู่ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชาประมาณ 1 กม.  จนท.จึงแสดงตัวส่งสัญญาณให้รถยนต์ดังกล่าวหยุดเพื่อขอตรวจสอบแต่คนขับรถยนต์ตู้ดังกล่าวกลับเร่งเครื่องยนต์วิ่งหลบหนีมุ่งหน้าเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองอรัญประเทศด้วยความเร็วสูง จนท.จึงใช้รถยนต์ออกไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด พร้อมทั้งได้ประสานไปยังจนท.ทหารประจำด่านตรวจ กกล.บูรพา(ด่านหนองกุง) ซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านหนองกุง ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เพื่อให้ทำการสกัดจับรถยนต์ตู้ดังกล่าวด้วยจนกระทั้งรถยนต์ตู้ดังกล่าววิ่งมาถึงด่านตรวจ กกล.บูรพา โดยมีทีม จนท.ขับรถยนต์ไล่ปะกบมาด้านหลังเพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์ต้องสงสัยหลบหนีออกนอกเส้นทางขณะเดียวกัน จนท.ประจำด่าน กกล.บูรพา ได้ใช้เครื่องมือกรีดขวางรถ(หนามเหล็ก)วางดักรถไว้ทุกช่องจราจรเพื่อไม่ให้รถยนต์ตู้วิ่งข้ามไปได้ และสามารถสกัดจับรถยนต์ตู้ได้ในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบภายในรถยนต์ตู่ดังกล่าวพบนายนิวัตน์ จันทร์ประเสริฐ อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 40/7 ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นคนขับ และพบแรงงานเขมรนั่งเบียดเสียดอัดแน่นกันอยู่ภายในรถยนต์ตู้ทั้งหมดจำนวน 30 คน แยกเป็นชาย 25 คน และหญิงจำนวน 5 คน  ตรวจสอบแรงงานเขมรทั้งหมดไม่มีเอกสารอนุญาตเดินทางเข้าประเทศแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่ารถยนต์ตู้คันดังกล่าวได้ดัดแปลงโดยถอดเบาะนั่งของผู้โดยสารออกหมดจึงทำให้สามารถบรรทุกแรงงานได้ถึง 30 คน นอกจากนั้นยังเป็นการช่วยอำพรางไม่ให้เจ้าหน้าที่มองไม่เห็นแรงงานเขมรที่นั่งมาภายในรถยนต์ตู้อีกด้วย จนท.จึงทำการควบคุมตัวนายนิวัตน์ พร้อมกับแรงงานเขมรทั้งหมดมาสอบสวนที่ มว.ระวังป้องกัน กกล.บูรพา

ซึ่งจากการสอบสวนนายนิวัตน์ยอมรับสารภาพว่า ตนเป็นเพียงคนรับจ้างขับรถยนต์ตู้บรรทุกแรงงานชาวกัมพูชามาจากบ้านโคกสะแบงหมู่ 5 เพื่อจะนำแรงงานทั้งหมด30 คน ไปส่งที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทราจากนั้นจะมีพรรคพวกนำรถยนต์ตู้มารับแรงงานชาวเขมรจำนวน 20 คนไปส่งทำงานก่อสร้างในเขต กทม. และอีกจำนวน 10 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเขมรมุสลิมจะนำไปส่งที่ จ.สงขลาโดยจะได้รับค่าจ้างจำนวน 2,500 บาทต่อเที่ยวทำมาแล้วหลายครั้ง 

ส่วนนายดาว ปะคน อายุ 28 ปีชาวเขมรที่สามารถพูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจน และเป็นหัวหน้าชุดนำแรงงานเขมรข้ามชายแดนสารภาพว่าจะนำแรงงานชาวเขมรจำนวน 20 คน ไปส่งทำงานก่อสร้างในเขตพื้นที่ กทม. โดยแรงงานชาวเขมรจำนวน 20 คนได้จ่ายเงินค่าลักลอบข้ามชายแดนและเดินทางไปทำงานในพื้นที่ กทม. คนละ 1,600 บาทส่วนแรงงานชาวเขมรที่จะนำไปส่งทำงานในพื้นที่ จ.สงขลาจะต้องจ่ายเงินค่าลักลอบข้ามชายแดนและเดินทางไปทำงานในพื้นที่ จ.สงขลา คนละ 6,500 บาทหลังจากสอบสวนเสร็จ จนท. ได้นำตัวนายนิวัตน์ฯพร้อมแรงงานทั้งหมดจำนวน 30 คน ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.วัฒนานคร ดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ต่อไป



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0