อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564

เครื่องพิมพ์สามมิติ...นวัตกรรมที่กำลังเปลี่ยนโลก - 1001

ถ้าใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Star Trek จะเคยเห็นเครื่องมือก๊อบปี้ (Replicator) ที่สามารถสร้างสิ่งของชิ้นใหม่จากชิ้นเดิมในระดับโมเลกุล เรียกว่า สร้างของต้นแบบได้เหมือนสุด ๆ จริง ๆ ซึ่งนาซาเองสนใจและได้เซ็นสัญญากับศูนย์ Systems and Materials Research Consultancy ศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2557 เวลา 00.00 น.

ลองหลับตาดูสิครับ แล้วหูของคุณจะได้ยินเสียงที่ละเอียดขึ้น

ประโยคข้างบนนี้ ผมเขียนเพื่อให้ท่านผู้อ่านลองย้อนไปถึง 1001 เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ซึ่งผมชวนให้ทุกท่านลองหลับตาที่เอาแต่มองโซเชียลเน็ตเวิร์กลง แล้วท่านอาจจะได้เห็นเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่กำลังเติบโตขึ้นเงียบ ๆ แต่ดูเหมือน ณ เวลานี้ผลของมันเริ่มจะดึงดูดความสนใจคนในสังคมมากขึ้น ซึ่งตัวอย่างหนึ่งที่ฟอร์บสออนไลน์พูดถึง และพูดพร้อม ๆ กันกับสื่อออนไลน์อื่น ๆ คือ เจ้าเครื่องพิมพ์สามมิตินั่นแหละครับ

บางท่านอาจตั้งคำถามว่า เจ้าเครื่องพิมพ์สามมิติคืออะไรและจะเปลี่ยนโลกได้อย่างไร

ดร.นัทที นิภานันท์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เคยเล่าให้ฟังถึงเครื่องพิมพ์สามมิติไปบ้างแล้วใน 1001 (https://www.daily news.co.th/technology/196673) แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็เริ่มมีหลายคนให้ความสนใจและพัฒนาต่อยอดมันไปมากขึ้นและมากขึ้นไปเรื่อย ๆ

ถ้าใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Star Trek จะเคยเห็นเครื่องมือก๊อบปี้ (Replicator) ที่สามารถสร้างสิ่งของชิ้นใหม่จากชิ้นเดิมในระดับโมเลกุล เรียกว่า สร้างของต้นแบบได้เหมือนสุด ๆ จริง ๆ ซึ่งนาซาเองสนใจและได้เซ็นสัญญากับศูนย์ Systems and Materials Research Consultancy ที่เมืองเทกซัสเพื่อพัฒนาต่อยอดเครื่องพิมพ์สามมิติให้สามารถพิมพ์ “อาหาร” ใช่แล้วครับ คุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ นาซากำลังตั้งใจจะพิมพ์อาหารเพื่อให้นักบินอวกาศสามารถสร้างอาหารบนสถานีอวกาศหรือบนยานอวกาศที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในอวกาศนาน ๆ โดยเครื่องพิมพ์สามมิติพิเศษนี้จะใช้วัตถุดิบเป็นแป้งและน้ำมัน ซึ่งแน่นอนว่า มันคงไม่ใช่ระดับโมเลกุลเหมือนในภาพยนตร์ Star Trek ก็ตาม แต่ในตอนนี้เครื่องพิมพ์สามมิตินั้นสามารถพิมพ์พิซซ่า หรือช็อกโกแลตได้แล้วนะครับ (ถ้าสนใจลองใช้คำค้น 3D Food Printing ใน ยูทูบ ดูนะครับ)

ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่ความพยายามในการพิมพ์อาหารของนาซาเพียงเท่านั้นนะครับ แต่คนในวงการอื่น ๆ ก็เริ่มหันมามองและลองคิดว่าการพิมพ์สามมิติจะให้ประโยชน์อะไรกับพวกเขาได้บ้าง เพราะในปัจจุบันเครื่องพิมพ์สามมิติไม่ได้ใช้วัตถุดิบเป็นพลาสติกเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่สามารถใช้วัตถุดิบเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่สามารถแข็งตัวได้เมื่อเวลาผ่านไปอย่างเช่นพวกดินเหนียว แป้ง เป็นต้น ซึ่งถ้ามันเป็นแบบนี้ การซื้อของที่เป็น 3D Printable (หรือพิมพ์ออกมาเป็นสามมิติได้) อาจจะหายไปจากโลก แล้วเปลี่ยนเป็นการขาย หรือแจกไฟล์โมเดลผ่านเว็บไซต์แทน คนในวงการโลจิสติกส์อาจต้องระวังตัวว่า วันหนึ่งข้างหน้าพวกเขาอาจไม่ต้องส่งของมากมายอย่างทุกวันนี้ ร้านเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่ประเภทซื้อแล้วไปประกอบอาจต้องปรับตัว เพราะต่อไปลูกค้าอาจจะอยากพิมพ์เฟอร์นิเจอร์ผ่านทางเจ้าเครื่องพิมพ์สามมิติโดยไม่ต้องไปเลือกซื้อจากร้านก็ได้ครับ

ยังไม่รวมถึงการรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ต้องระวังหลังมีข่าวว่า การพิมพ์ปืนที่ใช้ยิงได้จริง ๆ ออกมา หรือในกรณีบริษัทรับสร้างบ้านอาจต้องหันไปมองข่าวที่ประเทศจีนสร้างบ้านจากเครื่องพิมพ์สามมิติสิบหลังในเวลา 24 ชั่วโมง

โลกเกิดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นตลอดเวลา ลองหลับตาที่จ้องเรื่องบางเรื่องดูสิครับ คุณอาจจะเห็นเรื่องราวอีกมากมายที่น่าสนใจไม่แพ้กัน.

สุกรี สินธุภิญโญ

( sukree.s@chula.ac.th )

ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์

คณะวิศวกรรมศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0