อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

หวั่นวิกฤติแย่งน้ำ กษ.ขอทหารคุมประตูระบายน้ำ

'ปีติพงศ์'ขอกำลังทหารควบคุมประตูเปิด-ปิดน้ำ หวั่นเกิดวิกฤติแย่งน้ำหนัก ลั่นห้ามใครก่อม็อบ มั่นใจไม่เหมือนสมัยนักการเมืองเป็นใหญ่ ขณะที่กรมชลฯ หมดทาง หันพึ่งไสยศาสตร์ เชิญโหรทำพิธีบวงสรวง ขอฝนตกเขื่อนใหญ่ทั่วประเทศ จันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2558 เวลา 04.31 น.

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเรียกประชุมทุกหน่วยงานเพื่อรับมือสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง ว่า ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ที่ได้ปลูกข้าวไปแล้วประมาณ 3.4 ล้านไร่ ยืนยันว่าปริมาณน้ำในเขื่อนขณะนี้ยังดูแลได้ถึงช่วงเก็บเกี่ยว แต่ในส่วนพื้นที่ที่ยังไม่ได้ปลูกข้าวอีก 4 ล้านไร่ ใน22 จังหวัด ให้เลื่อนไปก่อนจนกว่าฝนจะตก ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าฝนจะมาในช่วงปลายเดือน ก.ค.โดยในพื้นที่ภาคอีสาน จะเริ่มปลูกข้าวเดือน มิ.ย. โดยปลูกแบบหว่านข้าวแห้ง ซึ่งจะไม่กระทบมากนัก ส่วนภาคใต้ และภาคตะวันตก เริ่มปลูกเดือน ส.ค. สำหรับพื้นที่ให้ชะลอปลูกข้าว กว่า 4 ล้านไร่ ได้ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะฝ่ายทหาร เข้าไปตรึงพื้นที่ ไม่ให้ขยายการปลูกข้าวไปมากกว่า 3.4 ล้านไร่ที่ทำไปแล้ว

"ทหาร กอ.รมน. และข้าราชการในพื้นที่ ต้องทำความเข้าใจกับเกษตรกร ทำอย่างไรไม่เกิดปัญหาแย่งน้ำ และพูดความจริงถึงปัญหาน้ำ อย่าให้ใครมาบังคับเปิด-ปิดประตูน้ำ กันอีก ยุคนี้ไม่มีใครมาสั่งได้ และยุคนี้ไม่จำเป็นต้องหาเสียง ในพื้นที่ไม่ต้องฟัง ส.ส.เหมือนก่อน ขอให้เข้ามาช่วยกันดูแลประชาชน โดยเฉพาะขอให้ทหารมาช่วยควบคุมการหมุนเวียนรอบส่งน้ำ ให้เป็นไปตามแผน หากเกษตรกรไม่เชื่อฟังอาจเกิดปัญหาขัดแย้งได้ และขอความร่วมมือเกษตรกรและประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้หากเดือน ก.ค.ไม่มีฝนตก จะต้องมีปรับแผนการใช้น้ำ และวางมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอีกครั้ง อย่างไรก็ตามพื้นที่ยังไม่ได้ปลูกข้าว ซึ่งมีจำนวน 1.25 ล้านไร่ ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ได้รับผลกระทบ จะให้กรมส่งเสริมการเกษตร สำรวจเพื่อลงไปช่วยเหลือให้ปลูกพืชระยะสั้น เช่น ข้าวโพด ทำปศุสัตว์ และประมง ซึ่งรัฐบาลเตรียมงบประมาณไว้แล้วบ้างส่วน"นายปีติพงศ์ กล่าว

ขณะที่นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) เปิดเผยว่า หากสถานการณ์แล้งยาวนาน และไม่สามารถทำนาปีได้ จะทำให้เสียหายในภาพรวม 6 หมื่นล้านบาท โดยภาคเกษตรมีจีดีพีต่ำกว่าร้อยละ 1.15 จากที่ตั้งเป้าไว้ที่ร้อยละ2.3 ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าสถานการณ์ปีนี้ใกล้เคียงกับเหตุการณ์ฝนทิ้งช่วงต่อเนื่อง เคยเกิดเมื่อปี 33 จนเขื่อนต้องหยุดปล่อยน้ำเพื่อการผลิตไฟฟ้า เก็บน้ำไว้เพื่ออุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์เท่านั้น

ขณะที่นายชูชาติ ฉุยกรม อดีตวิศวกรใหญ่ที่ปรึกษาด้านวิศกรรมโยธา กรมชลประทาน ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นโหรใหญ่ประจำกรมชลฯ  และเป็นผู้ให้คำแนะนำนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ประกอบพิธีบวงสรวงขอฝนจากพระพิรุณทรงนาคที่ประดิษฐานด้านหน้ากระทรวงเกษตรฯ เพราะปีนี้เจอแล้งหนัก จนเป็นที่ฮือฮาในช่วงก่อนหน้านี้ เปิดเผยว่า หลังจากปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ประกอบพิธีขอฝนที่กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นการขอฝนภาพใหญ่ทั่วทั้งประเทศแล้ว ตนยังได้ไปประกอบพิธีขอฝนบริเวณเขื่อนต่างๆ เพิ่มเติม โดยเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ไปทำพิธีขอฝนที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก หลังจากนี้ก็จะไปทำพิธีขอฝนที่เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เขื่อนอุบลรัตน์ บริเวณริมแม่น้ำโขงที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย และภาคตะวันออก ที่ จ.จันทบุรี

"การบวงสรวงทำพิธีขอฝน ที่ปลัดกระทรวงเกษตรฯได้ทำ และผมได้ทำที่เขื่อนใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ เพราะได้รับคำขอร้องจากเพื่อนฝูงที่เป็นข้าราชการกรมชลฯ เหมือนหมอดูที่จะดูดวง หรือต่อชะตาให้คนอื่นได้ก็ต้องมาจากคำร้องขอของเจ้าตัว โดยการทำพิธีขอฝนทั้งหมดใช้เงินส่วนตัวดำเนินการกันเอง เป็นพิธีเล็กๆ ไม่ใช่พิธีใหญ่เหมือนในตำราพระพิรุณ ที่ต้องทำกันพิธีขอฝนที่ท้องสนามหลวง โดยสิ่งที่ทำเป็นเรื่องของความเชื่อ เรื่องของจิตใจและความเป็นสิริมงคล แล้วแต่ใครจะเชื่อหรือไม่ เพราะทำแล้วไม่ได้เกิดความเสียหายอะไร จะได้ผลมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับกำลังจิตของผู้ที่มาร่วมในพิธี ที่ผ่านมาผมก็ได้ประกอบพิธีบวงสรวงขอฝนให้แก่กรมชลฯ มาหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยเปิดเผย"นายชูชาติ กล่าว.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 491