อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

สปท.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ

ที่ประชุมสปท.เห็นชอบร่างกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ วางกรอบพัฒนาประเทศ 20 ปี ยันไม่ใช่ "คปป."แปลงร่าง ด้าน "กษิต" ติงอำนาจเหนือฝ่ายบริหาร อังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 06.19 น.

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) โดยมี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท.เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีวาระพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องการจัดทำ การกำหนด และการขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ และร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.... ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดย พ.ต.ต. ยงยุทธ สาระสมบัติ ประธานกมธ.ฯ ชี้แจงว่า กฎหมายที่เสนอเข้าสภาฯ วันนี้เป็นเพียงกลไก ไม่ใช่สารัตถะของยุทธศาสตร์ชาติ เพราะยังต้องการความเห็นของสมาชิก สปท. เพื่อนำไปปรับแก้ ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่วางไว้สามารถแก้ได้ เพราะเป็นแผนการพัฒนาเพื่อให้รัฐบาลทุกสมัยรับช่วงต่อ ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจำนวน 25 คนนั้น ไม่ได้ตั้งขึ้นมาลอยๆ ประกอบไปด้วย นายกรัฐมนตรี ประธาน สนช. ประธาน สปท. และบุคคลที่ สนช. สรรหาและคัดเลือกให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 22 คน มีหน้าที่จัดทำยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก เพื่อเสนอต่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบและใช้บังคับ และมีคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติ จำนวน 29 คน รวมทั้งดำเนินการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมยุทศาสตร์ชาติภายใน 90 วัน นับแต่ร่างพ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ ส่วนวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี แต่ก็ไม่ได้ดำรงอยู่ตลอดไป เพราะเมื่ออยู่ครบ 4 ปีต้องจับสลากออกกึ่งหนึ่งเพื่อไปสรรหาใหม่จาก 7 กลุ่ม อาทิ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ กลุ่มภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคประชาชน ซึ่งไม่ใช่มีแต่เจ้าหน้าที่ทหารอย่างที่เข้าใจกัน

จากนั้นได้มีการเปิดให้สมาชิก สปท. อภิปรายแสดงความเห็น โดยนายคำนูญ สิทธิสมาน สปท. กล่าวว่า  ตนเห็นด้วยในหลักการ ซึ่งในฐานะที่ตนเคยเป็นอดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยืนยันได้ว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติไม่ใช่อำนาจอธิปไตยใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงหน่วยงานของรัฐหน่วยงานหนึ่ง เพราะไม่ได้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีต้องผ่านสภาฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนด้วย ยืนยันว่าคณะกรรมการยุทศาสตร์ชาติไม่ได้แฝงอำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดอง (คปป.)

ขณะที่นายนิกร จำนง สปท. กล่าวว่า เห็นด้วยยุทธศาสตร์ควรจะต้องมี แต่กรอบนั้นต้องไม่เป็นสิ่งที่กดดันการทำงานของรัฐบาล แต่จะต้องได้รับการยอมรับจากประชาชน ส่วนอำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์มีอำนาจมหาศาล เช่นการเสนอให้วุฒิสภาลงโทษ ครม. หรือบุคคลหากไม่ปฏิบัติตามได้ ซึ่งคิดว่าส่วนนี้ทาง กมธ.ควรจะมีการปรับปรุงอยู่บ้าง

นายกษิต ภิรมย์ สปท. กล่าวว่า เมื่อพิจารณาแผนยุทธศาสตร์ชาติแล้ว พบว่าอำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีอำนาจเหนือกว่าฝ่ายบริหาร ที่จะมาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นการบอกว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่ คปป. ซ่อนรูปนั้น เป็นการหลอกตัวเองหรือเปล่า อีกทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติไม่มีอะไรที่เป็นส่วนร่วมของประชาชนเลย หากแต่เป็นการเสริมอาณาจักรของข้าราชการเท่านั้น ในเมื่อ ครม.จะทำแผนยุทธศาสตร์ชาติอยู่แล้ว ตนไม่เห็นว่าการออก พ.ร.บ.นี้จะเป็นหน้าที่ใด ๆ ของ สปท. หรือของ กมธ. และตนขอบอกว่าเราควรเอาเรื่องนี้ออกไปจากสภา ในขณะเดียวกันขอเตือนสติเพื่อนสมาชิกว่าเรามาเพื่อปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นของประชาชน ไม่ใช่เสแสร้งว่าปฏิรูป แล้วเสริมอำนาจของข้าราชการ กระจุกอยู่ในส่วนกลาง หรือแค่ใน กทม.เท่านั้น และเราไม่ได้มาเพื่อปรับปรุงให้ขยายอาณาจักรของข้าราชการ

จากนั้นที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบต่อรายงาน และร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ด้วยคะแนน 164 ต่อ 6 งดออกเสียง 4 โดย กมธ. จะนำข้อคิดเห็นของสมาชิกไปปรับปรุงก่อนส่งให้ประธาน สปท. และครม. เพื่อดำเนินการต่อไป.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%