อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

ร่างรธน.ส่งถึงบิ๊กตู่-ครม. "279 มาตรา 16 หมวด"

“มีชัย”ปิดจ๊อบร่างรธน.ฉบับสมบูรณ์ 279 มาตรา 16 หมวด ส่ง “บิ๊กตู่ -ครม.”แล้ว ยึดหลักพุทธทาสภิกขุ “ปชต.ไม่ใช่การมุ่งให้ประชาชนเป็นใหญ่ แต่ต้องมุ่งไปที่ประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ” ยันคสช.ไม่มีอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง-รัฐบาลใหม่ อังคารที่ 29 มีนาคม 2559 เวลา 08.57 น.

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. เวลา 13.39 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)แถลงถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับก่อนลงประชามติ ว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 58 เราได้รับการแต่งตั้งเป็น กรธ. กำหนดทำงานต้องแล้วเสร็จภายใน 180 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 1 เม.ย.59 แต่เราก็ทำให้เสร็จก่อนเพื่อจะได้มีเวลาตรวจสอบตั้งแต่การทำงานครั้งแรก รวมเราประชุมทั้งหมด 115 ครั้ง ร่างฉบับแรกเปิดเผย เมื่อวันที่ 29 ม.ค. มี 270 มาตรา จากนั้นได้ออกไปชี้แจง และสัมมนาทั้งสิ้น 30 ครั้ง มีผู้เสนอให้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม 258 ข้อ ซึ่งมีทั้งมาจากชาวบ้านเดินดินทั่วไป องค์กรสำคัญ ศาล องค์กร อิสระ สปท.สนช. ครม. และคสช. ซึ่งเราได้นำมาแก้ไขทั้งสิ้น 88 มาตรา นำมาควบรวม 6 มาตรา เพิ่มใหม่ 15 มาตรา รวมแล้วร่างฉบับสุดท้ายมี 279 มาตรา

นายมีชัย กล่าวต่อว่า กรธ. ได้ทำหนังสือและร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ ส่งให้ครม.ตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 มาตรา 39/1 เรียบร้อยแล้ว จากนั้น ครม.จะส่งต่อไปยัง กกต.เพื่อให้เตรียมการทำประชามติ สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้จะไม่ได้พูดว่า“ประชาชนเป็นใหญ่ แต่เรามุ่งหมายให้เกิดการทัดเทียม ไม่เหลื่อมล้ำ ประชาชนได้รับการปกป้องสิทธิเสรีภาพ”โดยเรายึดไปตามหลักของท่าน พุทธทาสภิกขุ ที่ว่า “ประชาธิปไตยไม่ใช่การมุ่งให้ประชาชนเป็นใหญ่ แต่ต้องมุ่งไปที่ประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ”

ประธานกรธ. กล่าวต่อว่า ในส่วนหมวดสิทธิและเสรีภาพ หน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐและการปฏิรูป มีการแก้ไขมากที่สุด ด้านความเสมอภาคทางเพศก็กำหนดให้สตรีต้องได้รับการดูแลคุ้มกัน ตามสภาวะที่อ่อนแอกว่าผู้ชาย ตลอดจนถึงการจัดงบประมาณต้องคำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศ ส่วนข้อเรียกร้องให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติเราเห็นว่า อาจเกิดปัญหาและไม่คุ้มค่า จึงกำหนดใหม่ “ให้มีการศึกษาและเผยแพร่หลักพุทธเถรวาทเพื่อให้พัฒนาจิตใจและปัญญา พร้อมทั้งบัญญัติกลไกป้องกันการบ่อนทำลายพุทธศาสนาทุกรูปแบบ โดยให้พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วม จะได้ให้ครบพุทธบริษัท4” ถือเป็นครั้งแรกที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

“สำหรับกลไกและองคาพยพทางการเมืองได้ยึดประชาชนเป็นหลักสำคัญไม่ใช่พรรคการเมืองหรือนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว การประกาศรายชื่อนายกรัฐมนตรีก่อนเลือกตั้ง และที่มา ส.ว.เพื่อให้ประชาชนเห็นอนาคตทางการเมืองอย่างชัดแจ้ง และเกิดการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนการปราบปรามทุจริต มีความเข้มงวดขึ้นไม่ให้คนทุจริตต่อหน้าที่และการเลือกตั้ง เข้าสู่การเมืองไม่ได้ตลอดไป พร้อมทั้งหากใครฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงก็ต้องพ้นตำแหน่งและอาจจะกลับมาอีกไม่ได้“ ประธาน กรธ.กล่าว และว่า สำหรับองค์กรอิสระ กำหนดให้มีที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีพื้นฐานสูงขึ้น มีการวางกลไกให้ต้องได้รับการตรวจสอบเหมือนสถาบันการเมืองอื่น

นายมีชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการปฏิรูปได้แยกออกเป็นอีก 1 หมวดตามข้อเสนอ แบ่งเป็น 7 ด้านคือ การเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายกระบวนการยุติธรรม การศึกษา เศรษฐกิจ และอื่นๆ โดยรัฐธรรมนูญจะบอกเป้าหมายการปฏิรูปแต่ละด้าน กำหนดให้บรรลุการปฏิรูปตามเวลาที่กำหนด กฎหมายต่างๆ ที่ไม่เคยทำได้แล้วเสร็จอย่างเช่น กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายวินัยการเงินการคลัง ตลอดจนกฎหมายเกี่ยวกับทุจริตที่ไม่เคยทำแล้วเสร็จครั้งนี้เรากำหนดให้ชัดว่า ต้องเสร็จภายใน 240 วัน เพื่อเสนอต่อสนช. พร้อมทั้งกำหนดว่า หากหน่วยงานใดทำไม่เสร็จ ก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง แน่นอนว่ากฎหมายเหล่านั้น จะเสร็จภายในรัฐบาลนี้ สำหรับช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีแรก ในบทเฉพาะกาล ให้มีส.ว.มาจากการสรรหา 250 คน ตามข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สาย โดยมีหน้าที่ดูแลกฎหมาย ที่อาจจะกระทบกระเทือนต่อกระบวนการยุติธรรม ไปพร้อมกับหน้าที่การติดตามทวงถามเกี่ยวกับการปฏิรูป

ประธาน กรธ. กล่าวอีกว่า จากนี้ต่อไป กรธ. จะทำคำชี้แจงเนื้อหาสรุปเป็นเล่มเพื่อส่งให้ กกต.ไปแจกจ่ายประชาชนอย่างทั่วถึง ภายใน 15 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวฯ และระหว่างนี้จนถึงก่อนถึงวันที่ 7 ส.ค. นี้ กรธ.ก็จะเริ่มทยอยออกไปชี้แจงรายละเอียดสำคัญให้ประชาชนทราบเพื่อตัดสินใจลงประชามติ โดยกรธ.จะร่วมมือกับหน่วยงานราชการ ทุกกระทรวง ทบวง กรมและกกต. ในการชี้แจง ทั้งนี้ตนได้รับการประสานงานเบื้องต้นจาก กมธ.วิสามัญ พิจารณาร่างพ.ร.บ. การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ของ สนช. ว่า ยอมปรับให้ กรธ.สามารถเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเตรียมพร้อมการทำประชามติได้แล้ว

จากนั้นนายมีชัย ได้เปิดให้สื่อมวลชนทำการซักถาม เริ่มจากคำถามว่ามีข้อห่วงกังวลเงื่อนไขการใช้บัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี นายมีชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องใหม่จะเกิดอะไรขึ้นคงเดาได้ยาก เขียนเปิดช่องไว้ แต่ถ้าไม่มีเหตุก็ไม่ต้องใช้ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยากมาก หากส.ว. ไม่เห็นชอบนั้น นายมีชัย กล่าวว่า การใช้เสียงข้างมาก โดยไม่คำนึงถึงทุกภาคส่วนจะเป็นแบบคราวที่แล้วที่จะรบราฆ่าฟันกัน เราต้องคิดว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดหากจะแก้ไขต้องเห็นดีเห็นงามด้วยกัน ไม่ใช่หักด้ามพร้าด้วยเข่า หากมีเหตุผลของการแก้ที่ดีวุฒิสภาก็คงเห็นดีเห็นงามด้วย เมื่อถามถึง การให้ ส.ว.ดูแลหน้าที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม นายมีชัย กล่าวว่า ถ้าเป็นกฎหมายที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมผิดเพี้ยนไปก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้ง 2 สภา มันอาจมีคนคิดเพื่อประโยชน์ทางการเมืองแต่ขัดความรู้สึกของประชาชน เราก็มีวุฒิสภาไว้คอยสกัดกั้น ประชาชนจะได้ไม่ต้องออกมา แต่หากเป็นเรื่องถูกทำนองครองธรรม วุฒิสภาคงไม่ขัดข้อง เราต้องวางใจพวกเขา

เมื่อถามว่า ทำไมต้องมี ส.ว.สรรหา 250 คน นายมีชัย กล่าวว่า เดิม คสช.ขอมาให้มีส.ว.สรรหาเลยทั้ง 250 คน แต่กรธ.ขอว่า 50 คน มาทดลองระบบใหม่โดยให้มีการเลือกกันทั้งประเทศ เหลือ 200 คน แล้วให้คสช. เลือกเหลือ 50 คน ส่วนอีก200 คน ให้มีการตั้งกรรมการสรรหาคัดเลือกจากผู้สมัคร 400 คน เหลือ 194 คน และอีก 6คน มาจากผู้นำเหล่าทัพ ซึ่งมี ส.ว.สรรหา ไว้ดูแลการปฏิรูป ให้เกิดความต่อเนื่องและดูแลด้านกฎหมายที่จะต้องทำไปพร้อมกัน เพื่อให้ประเทศเดินต่อไปได้และเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ส่วนส.ว.ที่มาจากผู้เหล่าทัพก็ให้มาดูเรื่องความมั่นคง หากมีปัญหาอะไรสุ่มเสี่ยง ก็ให้ส.ว. 6 คนนี้มาชี้แจงต่อที่ประชุม จะได้ไม่ต้องมีการเคลื่อนไหวนอกสภา

เมื่อถามว่า การที่มี ส.ว. สรรหาทั้งหมดอาจถูกต่างชาติมองว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย นายมีชัย กล่าวว่า ในโลกมีส.ว.สรรหาหลายประเทศ ดังนั้นไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ เขาควรกังวลปัญหาในประเทศของเขามากกว่า และอย่าไปกังวลว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้จะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะคนเห็นต่างก็ยังเห็นต่างอยู่ดีเราจึงต้องอธิบายข้อเห็นต่างนั้นให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้มีการบิดเบือนเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ เช่น ส.ว.สรรหา คือ การสืบทอดอำนาจ การเปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอก

เมื่อถาม คสช.จะมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งตลอดจนการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า คิดว่า “ไม่มี”เพราะไม่มีใครสามารถบังคับใครได้ ขณะนี้คสช.มีอำนาจเต็ม ก็ยังมีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ แม้คสช.ยังคงมีอำนาจอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล แต่คงมีไม่เท่าปัจจุบัน ซึ่งตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้มาตรา 44 สั่งการอะไรได้ ซึ่งคสช.จะหมดอำนาจไปเมื่อมีครม.ชุดใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ..... ของกรธ. ฉบับก่อนลงประชามติ มีทั้งสิ้น279 มาตรา มีจำนวน 105 หน้า แบ่งเป็น16 หมวด คือ 1.บททั่วไป 2. พระมหากษัตริย์ 3.สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย 4. หน้าที่ของปวงชนชาวไทย 5. หน้าที่ของรัฐ 6. แนวนโยบายแห่งรัฐ 7.รัฐสภา 8.ครม. 9.การขัดกันแห่งผลประโยชน์ 10.ศาล 11.ศาลรัฐธรรมนูญ 12.องค์กรอิสระ13.องค์กรอัยการ 14. การปกครองท้องถิ่น 15. การแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญ 16.การปฏิรูปประเทศ และบทเฉพาะกาล.

โดยประชาชนที่สนใจสามารถดาวโหลดได้ที่นี่เว็บไซต์รัฐสภาหรือhttps://cdc.parliament.go.th/draftconstitution2/ewt_dl_link.php?nid=429&filename=index



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 630