อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564

จวก'ไทย-แพน'ทำวิจัยผิดหลัก หวังรับเงินต่างชาติ

กรมวิชาการเกษตรฯ จวก "ไทย-แพน"ทำวิจัยปมสารตกค้างในผักผลไม้ ผิดหลักการ หวังส่งผลงานให้ต่างชาติ เพื่อรับงบ ยันกรมฯ มอนิเตอร์ตลอด สุ่มตรวจพืชผัก 5 พันกว่าตัวอย่าง เจอแค่ 7 ด้าน "สธ."แนะล้างด้วยน้ำไหลผ่าน 2 นาที ช่วยได้ ศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2559 เวลา 05.13 น.

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีการตรวจพบสารเคมีปราบศัตรูพืชตกค้างในผักผลไม้หลายชนิด ว่า ความปลอดภัยของอาหารจำเป็นต้องได้รับการดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ คือแหล่งผลิตนำเข้า กลางน้ำคือผู้ค้าส่ง ค้าปลีก และปลายน้ำ คือร้านอาหาร รวมถึงผู้บริโภค โดยในช่วงกลางน้ำ และปลายน้ำ เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเน้นให้ความรู้เรื่องการเลือกซื้อผักผลไม้สด สะอาด ไม่มีคราบดิน คราบขาวของสารเคมี เชื้อรา หรือกลิ่นฉุนผิดปกติ เลือกที่มีรอยกัดของหนอน แมลงบ้าง หรือเลือกซื้อผักสดอนามัย หรือผักกางมุ้งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือแหล่งเพาะปลูกที่เชื่อถือได้ และสับเปลี่ยนแหล่งซื้ออยู่เสมอ และควรเลือกรับประทานผักที่ปลูกตามฤดูกาลซึ่งเติบโตได้ดีโดยไม่ต้องใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีเยอะ หรือเลือกรับประทานผักพื้นบ้านผักที่ปลูกได้เอง และรับประทานหลากหลาย ไม่รับประทานชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นเวลานานๆ เพื่อประโยชน์ทางด้านโภชนาการและหลีกเลี่ยงการรับพิษสะสม

นพ.สุวรรณ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญควรล้างทำความสะอาดก่อนรับประทาน โดยวิธีการที่แนะนำคือลอกเปลือกทิ้ง แช่น้ำ 10-15 นาที และล้างด้วยน้ำไหลผ่าน 2 นาที จะช่วยให้สารเคมีที่เกาะติดตามผิวผักผลไม้ได้มากที่สุดถึงร้อยละ92 หรือจะใช้วิธีการอื่น ๆ เช่น 1. แช่น้ำเกลือ สัดส่วนเกลือ 2 ช้อนโต๊ะพูนต่อน้ำ 4 ลิตร 2.แช่น้ำปูนคลอรีน สัดส่วนผงปูนคลอรีน1/2 ช้อนชาในน้ำ 1 แก้ว คนให้เข้ากันทิ้งไว้ให้ตกตะกอน รินเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำใสผสมน้ำสะอาด 20 ลิตร ใช้น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยต่อน้ำ 4 ลิตร 4.ใช้น้ำโซดา สัดส่วนโซเดียมไบคาร์บอเนต 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร และ 5.ใช้น้ำยาล้างผักตามวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ และไม่ว่าจะใช้วิธีใดหลังจากนี้ควรล้างด้วยน้ำเปล่าซ้ำอีกครั้ง ส่วนผักที่มีลักษณะเป็นหัว ผล หรือผลไม้ที่กินทั้งเปลือก เช่น องุ่น ล้างด้วยน้ำผสมด่างทับทิม 10-20 เกล็ด ผสมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ และหยดสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 20 หยด แช่นาน 5 นาที ใช้มือถูตามผิวของผล แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีก 1-2 ครั้ง ซึ่งวิธีเหล่านี้ช่วยลดสารเคมีกลุ่มที่ไม่ดูดซึม ได้แก่ เมทธิลพาราไธออน มาลาไธออน ได้ร้อยละ 6-92

ทางด้านนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือไทยแพน (Thai-PAN :Thailand Pesticide Alert Network) สุ่มตรวจตัวอย่างผักและผลไม้ พบสารเคมีอันตรายตกค้างในผักผลไม้หลายชนิด ที่ได้รับตรารับรองความปลอดภัยQ (ตัวคิว) จากกรมวิชาการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) ว่า องค์กรเอกชนดังกล่าวดำเนินการสุ่มตัวอย่างผักผลไม้ไทย จะทำช่วงเดือน พ.ค.ของทุกปี เป็นปกติ เพื่อนำรายงานไปส่งต่างชาติเกี่ยวกับงบประมาณ

"เรื่องราวทั้งหมดผมได้ชี้แจงไปยังองค์กรดังกล่าวแล้ว ว่าการเก็บตัวอย่าง 1-2 ตัวอย่าง พอตรวจเจอสารตกค้างก็มาสรุปว่ามี 99% ซึ่งมันผิด วิธีการสุ่มตัวอย่าง ทางกรมวิชาเกษตร ได้มอนิเตอร์ตรวจสอบเรื่องสารเคมีตกค้างปนเปื้อนในผักผลไม้ตลอดเวลา เก็บตัวอย่าง 5-6 พันตัวอย่าง แต่ขององค์กรเอกชน เก็บไม่กี่ชนิด ชนิดละไม่มาก บางชนิดเก็บ 2 ตัวอย่าง พอตรวจเจอก็บอกร้อยเปอร์เซนต์มีสารตกค้าง มันผิดวิธีการสุ่ม ผมได้ชี้แจงเข้าไปในเว็บไซต์ขององค์กรนี้ด้วย"นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตร มอนิเตอร์ เก็บผักผลไม้สุ่มตรวจที่ฟาร์ม ทั้งหมด 5,388 ตัวอย่าง เจอสารตกค้างเพียง7 ตัวอย่าง ได้ยกเลิกจีเอพี ไปแล้ว ในส่วนตัวเกษตรกรที่ใช้สารเคมีไม่มีกฎหมายอะไรไปเอาผิดได้ กรมทำได้คือยกเลิกการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ได้ยกเลิกการรับรองแปลงผลิตใช้สารเคมีเกินและผู้ผลิต จากสินค้าเกษตร 7 ตัวอย่างจากสุ่มตัวอย่างทั้งหมด 5 พันตัวอย่าง ไม่ใช่ทำการสุ่มเพียง 16 ตัวอย่าง พอเจอพบไม่กี่ตัวอย่าง แล้วมาสรุปว่าเกินมาตรฐาน ซึ่งมันผิดวิธีการสุ่มตัวอย่างของมาตรฐานสากล.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 295