อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มีนาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มีนาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"ปู"ขอวอนอย่าใช้ก.ม.ไล่ล่า"แม้ว"

“ปู” ขึ้นศาลคดีจำนำข้าว ขอปมหุ้นชินอย่าใช้ก.ม.เพื่อประโยชน์ทางการเมือง วอนเห็นใจกันบ้างหลังรัฐไล่บี้ไม่สิ้นสุด หวังใช้ก.ม.อย่างเท่าเทียม แนะรัฐระบุให้ชัดใช้ก.ม.ใดเก็บภาษี งงสตง.เตรียมตรวจสอบ “รบ.ปู” "เฉลิม" ออกศาล ทักมวลชนบอกยังแข็งแรง "ปึ้ง" บ่นปวดขาขอกลับไปพักผ่อน ศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560 เวลา 10.25 น.

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมทนายเดินทางมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายจำเลยนัดที่ 12 ในคดีโครงการรับจำนำข้าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยมีบรรดาอดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคและอดีตส.ส.พรรค เข้าร่วมให้กำลังใจ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จำนวน 1 กองร้อย โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเดินหน้าเก็บภาษีเงินได้จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการขายหุ้นชินคอร์ปว่า คดีดังกล่าวศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายึดทรัพย์ไปแล้วกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท ไม่ทราบว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น หวังว่าเรื่องนี้คงไม่ได้เป็นการใช้อำนาจหรือกฎหมายที่ตัวเองมีอยู่มาเพื่อประโยชน์ทางการเมือง หรือเพื่อหาอภินิหารทางกฎหมายในการไล่ล่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง



“ขอให้เห็นใจกันบ้างเพราะที่ดูจากมุมข้างนอกทั้งแง่กฎหมายและรายละเอียดต่างๆ เกิดขึ้นไม่สิ้นสุด เหมือนเป็นการไล่ล่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงหวังว่าผู้รักษากติกาและการใช้กฎหมายจะคำนึงถึงความยุติธรรม บังคับใช้กับทุกคนอย่างเสมอภาค เท่าเทียม อย่าให้กฎหมายเป็นเพียงกฎหมายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเกิดความสงสัยให้ใครหลายๆ คน ทั้งนี้รัฐบาลควรชี้แจงว่าจะใช้กฎหมายข้อใดในเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจน เราอยากเห็นการใช้กฎหมายด้วยความสุจริตและความเป็นธรรม”น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวและว่า อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับตนในเรื่องการดำเนินเรียกเก็บค่าเสียหายจำนำข้าวทั้งที่คดีในศาลยังไม่สิ้นสุดนั้น ตนก็ได้ร้องขอทุกอย่างและถ้าเป็นการไล่ล่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่เกิดความเสมอภาคก็ไม่เห็นว่าอนาคตข้างหน้าจะเดินหน้าไปได้อย่างไร เราเองเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ปลายทาง อยากให้ผู้ถือกติกาคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย



น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยในการตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อดำเนินการเรื่องปรองดอง รวมถึงการรับฟังความเห็นของคณะอนุกรรมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองว่า  เป็นเรื่องที่ดีแต่อยากให้ผู้ที่มีความเป็นกลางมาร่วมในการทำงานด้วย เพื่อที่ทุกคนจะได้เชื่อมั่นว่าคณะกรรมการที่เป็นกลางนั้นจะให้ความเป็นธรรมกับทุกคน อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลยังเดินหน้าที่จะเก็บภาษี รวมถึงดำเนินคดีต่างๆในลักษณะนี้ ความปรองดองจะเกิดขึ้นหรือไม่ ส่วนกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)จะตรวจสอบนักการเมืองอีก 60 คน โดยเฉพาะนักการเมืองในรัฐบาลของตนนั้น เรื่องตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินมีทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ดูแลอยู่แล้ว ตนยังไม่ทราบว่าทางสตง.จะตรวจสอบอะไร

เมื่อถามกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ที่เจนีวาตั้งข้อสังเกตต่อประเทศไทยเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการนำตัวประชาชนขึ้นศาลทหาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นความห่วงใยที่ส่งผ่านมานานแล้ว เชื่อว่ารัฐบาลคงทราบ แต่จะทำอย่างไรที่รัฐบาลจะรีบคืนอำนาจให้กับประชาชน และไม่ใช้อำนาจที่มีอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีแพ่งในส่วนของคดีจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังรออยู่ เพราะขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาหลังจากที่ยื่นคำชี้แจงไปยังศาลแล้ว



จากนั้นเวลา 13.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางออกจากศาลฎีกาฯ ภายหลังการสืบพยานฝ่ายจำเลยคดีโครงการรับจำนำข้าวกว่า 3 ชั่วโมง ด้วยสีหน้าแจ่มใสเพราะยังมีมวลชนคอยให้กำลังใจ พร้อมให้ดอกไม้และขอถ่ายรูป นอกจากนี้ยังมีนายเฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรีเดินทางออกจากศาลฯ หลังทำหน้าที่พยานฝ่ายจำเลย โดยนายเฉลิม ได้ยิ้มแย้มทักทายมวลชนพร้อมโบกมือ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาได้เป็นจำนวนมาก เพราะนายเฉลิมไม่ได้ออกสื่อมาสักระยะแล้ว จากนั้นนายเฉลิม ได้พูดคุยกับมวลชนโดยระบุว่า "ยังแข็งแรงดีอยู่" ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ได้ประคองไม้เท้าออกมา พร้อมทักทายมวลชนที่รอให้กำลังใจหลังถูกดำเนินคดีถอดถอนกรณีออกพาสปอร์ตให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยขอตัวกลับไปพักผ่อนเพราะมีอาการปวดขา อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นายสุรพงษ์ได้ขอนำเก้าอี้ส่วนตัวมานั่งในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ขณะพิจารณาเรื่องถอดถอนออกจากตำแหน่ง โดยระบุมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    81%
  • ไม่เห็นด้วย
    19%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 308