อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

หนุนป.ป.ช.สอบทรัพย์สิน 13 รองอธิบดี ม.มหิดล

“มงคลกิตติ์” จ่อร้อง ป.ป.ช. สอบทรัพย์สิน 13 รองอธิการบดี ม.มหิดลย้อนหลัง เชื่อยังมีอีกหลายรายเตรียมลาออก เผยเงินเดือนผู้บริหารมหาวิทยาลัยมากกว่านายกฯ “ประธาน ป.ป.ช.” ลั่นเข้าใจ ชี้อาจไม่ชินกับการยืนบัญชีทรัพย์สิน ยันไม่ใช่การจับผิด อังคารที่ 4 เมษายน 2560 เวลา 14.30 น.

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายมงคลกิตติ์  สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นแห่งชาติ (ภตช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ ตนจะยืนเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลทั้ง 13 ราย ที่ลาออกก่อนที่จะมีการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เรื่องนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ ป.ป.ช.จะออกกฎเกณฑ์เพิ่มเติมให้ย้อนหลังไปอีก 2-3 เดือน ทั้งนี้คิดว่ายังมีรองอธิการบดีจากอีก 200 มหาวิทยาลัยเตรียมจะลาออกกัน เนื่องจากการออกฎเกณฑ์การแสดงบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช.  ซึ่งตนเห็นว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง นอกจากยื่นต่อ ป.ป.ช.แล้วก็ควรจะต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ ก่อนเข้าและหลังรับตำแหน่ง ควรจะมีการชี้แจง แล้วติดเอกสารที่หน้ามหาวิทยาลัยให้นักศึกษาได้ดูว่าอาจารย์มีทรัพย์สินเท่าไหร่ 

นายมงคลกิตติ์  กล่าวอีกว่า คณาจารย์บางคนทีมีเงินมากผิดปกติ เพราะตามประมวลกฎหมายรัชฎากร เงินได้ทางการศึกษาไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งอาจจะต้องมีการเสนอแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ในเรื่องการเก็บภาษีการศึกษาเกี่ยวกับการสอนพิเศษ และรายได้อธิการบดีบางมหาวิทยาลัยที่อาจจะมีเงินมากกว่าเงินเดือนของนายกรัฐมนตรี อยู่ประมาณ 20 เท่า และยังไม่รวมหลักสูตรพิเศษ จ่ายเงินครบจบแน่นอน  บางมหาวิทยาลัยมีเงินเดือน 7 แสน ไม่รวมค่าประธานหลักสูตรละ 15,000 บาทอีก นอกจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยแล้ว ป.ป.ช.น่าจะออกระเบียบ ครอบคลุมไปถึง ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง ระดับ 8 และ 9 ด้วย เพราะถ้าออกระเบียบในช่วงนี้ยังทัน ที่จะเป็นช่วงมีการฝากเด็กเข้าเรียน ในช่วงหลังเดือนมี.ค.เป็นต้นไป  

นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า หากระเบียบ ป.ป.ช.ที่ออกมาทำให้ อธิการบดี รองอธิการบดี ของมหาวิทยาลัยลาออกกันหมด ไม่มีใครกล้ามาเป็นผู้บริหารก็ให้เปิดรับสมัครเป็นแบบสรรหา และจ้างเอกชนที่เป็นผู้บริหารเฉพาะกิจไปบริหาร จ้างเป็นเงินเดือนแล้วเขาก็จะเสียภาษีที่ถูกต้อง และหากมีข้าราชการคนใดสามารถชี้แจงบัญชีทรัพย์สินได้ก็ให้ไปสมัคร เพราะการเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ถ้าบริสุทธิ์ใจแล้วจะชี้แจงตอนไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปจัดทรัพย์สิน



ด้านพล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงข่าวว่า การกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติมให้มีหน้าที่แสดงบัญชีรายการทรัพย์สิน ที่มีตำแหน่งรองอธิบดีนั้น ว่า เจตนารมณ์ของป.ป.ช.ต้องการให้การทำงานมีความโปร่งใส ประชาชนมีความเชื่อถือ ศรัทธาและเป็นการป้องปราม โดยตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นเกือบทั้งหมดให้ยื่นไว้เป็นหลักฐาน และจะตรวจสอบความมีอยู่จริงในระดับหนึ่ง โดยไม่ได้เปิดเผยให้ประชาชนทราบ จะเปิดเผยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น ไม่ได้จ้องจับผิดใคร ทั้งนี้สำหรับรองอธิการบดี 13 คน ที่ลาออกไปพ้นจากตำแหน่งก่อนวันที่ 3 เม.ย. ก็ไม่ต้องยื่นบัญชีฯ 

“การลาออกของทั้ง 13 ท่าน ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะอาจไม่ชินกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และอาจมองว่าการกำหนดของ ป.ป.ช.ไปกำหนดกลางวาระน่าจะใช้วาระต่อไป จึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่บริสุทธิ์ใจ เพราะอยู่ในแวดวงวิชาการไม่เคยยื่นบัญชีทรัพย์สินมาก่อน" พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว

ประธาน ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีความเกรงกลัวว่าเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้จะมีเวลา 30 วัน ในการยื่นบัญชีฯ และต้องยื่น 3  ครั้ง  คือ วันที่เข้ารับตำแหน่ง พ้นตำแหน่งและพ้นตำแหน่งไปแล้ว 1 ปี หากล่าช้า ป.ป.ช.ก็ไม่ได้เคร่งครัดมากนัก โดยเฉพาะตำแหน่งที่มีการยื่นใหม่ก็จะให้ความรู้ แนะนำให้กรอกเอกสารให้ถูกต้อง เข้าใจว่าไม่มีเจตนาจงใจไม่ยื่นบัญชี โดยจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนเริ่มตั้งแต่เตือน แต่ถ้าครบสามครั้งแล้วยังไม่ยื่นจึงค่อยดำเนินคดี ดังนั้นไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทั้งนี้สำหรับตำแหน่งรองอธิการบดีที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.เพิ่มมีจำนวนทั้งสิ้น 564 ตำแหน่ง  จาก 84 สถาบัน  และมีตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีเพิ่ม เช่น  ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด  ปลัดเทศบาล เจรตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายตำรวจระดับผู้บัญชาการและรองผู้บัญชาการ เป็นต้น.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 55