อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สรุปยอด7วันอันตรายเซ่นสงกรานต์390ราย

“ศปถ.” สรุปยอด 7 วันอันตราย เซ่นสงกรานต์ 390 ราย เมาแล้วขับแชมป์ เกิดอุบัติเหตุ “ปลัดมท.” เผยยอดตาย 60 ต่ำกว่าปี 59 ร้อยละ 20 ลั่นไม่มีปิดศูนย์ เตรียมรณรงค์ให้ความรู้ ปชช.เมาไม่ขับต่อเนื่อง สั่ง “กรมปกครอง” เดินหน้าสร้างวินัยให้ ปชช. โวมาตรการคาดเข็มขัด-ห้ามนั่งท้ายกระบะทำ ปชช.ตายน้อยลง อังคารที่ 18 เมษายน 2560 เวลา 12.02 น.

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองประธานกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน(ศปถ.) คนที่ 1 เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2560 โดยนายกฤษฎา กล่าวว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนของวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ เกิดอุบัติเหตุ 307 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 40 ราย ผู้บาดเจ็บ 323 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 - 17 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุรวม 3,690 ครั้ง โดยมีสาเหตุสูงสุด 3 อันดับแรกจากการเมาแล้วขับ 1,589 ครั้ง ขับรถเร็ว 1,028 ครั้ง และตัดหน้ากระชั้นชิด 547 ครั้ง ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 3,230 คัน รถปิกอัพ 260 คัน ทั้งนี้มีผู้เสียชีวิตรวม 390 ราย แยกเป็น เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ 198 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 171 ราย ระหว่างนำส่งโรงพยาบาล 21 ราย
 


นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับรถเร็ว 146 ราย เมาแล้วขับ 124 ราย และทัศนวิสัยไม่ดี 77 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 161 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 17 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 168 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต 4 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ นราธิวาส แม่ฮ่องสอน และสมุทรสงคราม จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ 1 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ สำหรับการวิเคราะห์สถิติอุบัติเหตุในช่วงวันที่ 11 – 17 เม.ย. 2560 พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ ร้อยละ 43.06 ขับรถเร็ว ร้อยละ 27.86 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 84.91 
 


นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ผลของการปฏิบัติงานจะไม่นำตัวเลขของผู้เสียชีวิตมาโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ แต่จะตั้งเป้าทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากที่สุดและสูญเสียน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย อย่างไรก็ตามผู้เสียชีวิตในปี 60 มีน้อยกว่าปี 59 ถึงร้อยละ 20 แต่จำนวนอุบัติเหตุยังสูง และผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการดื่มสุราร้อยละ 47 รองลงมาคือการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร โดยอุบัติเหตุส่วนใหญ่ยังเกิดจากรถจักรยานยนต์กว่าร้อยละ 60 ขณะที่รถยนต์ส่วนบุคคลเกิดอุบัติเหตุมากกว่ารถสาธารณะ ทั้งนี้จะนำมาตรการที่ได้ใช้ มาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และจะไม่มีการปิดศูนย์ความปลอดภัยทางถนนเพราะเราจะทำหน้าที่รณรงค์ต่อเนื่อง ซึ่งต่อไปกรมการปกครองจะต้องหารือกับท้องถิ่นพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจสร้างวินัยกับชาวบ้านให้มากขึ้น  

นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ส่วนปีต่อไปจะมีการออกกฎเกณฑ์ควบคุมการจำหน่ายสุราในเทศกาลสงกรานต์หรือไม่นั้น ต้องคิดให้รอบคอบเพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดผู้ออกมาต่อต้าน ทั้งที่รัฐคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก  แต่ต่อจากนี้จะพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอและผู้อยู่ในพื้นที่รณรงค์การสร้างจิตสำนึกให้เมาไม่ขับ และเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ ยังพบความว่าเกิดการสูญเสียไม่เท่ากับเทศกาลสงกรานต์ 7 วัน  ทั้งนี้ยอมรับว่าการปรับวิธีรายงานสาเหตุของผู้เสียชีวิต ทำให้การทำงานดีขึ้น สำหรับมาตรการห้ามนั่งท้ายรถกระบะและเข้มงวดการคาดเข็มขัดนิรภัยนั้น ช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงได้ แต่ตัวเลขการสูญเสียยังเกิดจากการดื่มสุราเป็นหลัก และไม่ทำตามกฎระเบียบวินัยจราจร.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    94%
  • ไม่เห็นด้วย
    6%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 6