อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"บิ๊กฉัตร"ลั่นฟันไม่เลี้ยงสหกรณ์นพเกล้าฯ

"บิ๊กฉัตร"ลั่นจัดการสหกรณ์นพเกล้าฯถึงที่สุด สั่งเอ็กซเรย์สหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศ ป้องกันความเสี่ยงต่อสมาชิก ขู่เอาผิดสหกรณ์จังหวัด หากไม่ตรวจสอบสถานนะการเงิน  ส่งกรมภายในสิ้นเดือนนี้  ศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม 2560 เวลา 18.03 น.

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.พล.อ.ฉัตรชัย  สาริกัลยะ  รมว.เกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เอ็กซเรย์สหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศ  เพื่อจะได้หามาตรการแก้ไขและป้องกันความเสียหายของแต่ละสหกรณ์หากพบปัญหาทางการเงินมีความเสี่ยง ในส่วนของสหกรณ์ออมทรัพย์เคหะสถานนพเก้าร่วมใจ จำกัด  ให้กรมดำเนินการทางกฎหมายถึงที่สุด 

ด้านนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่าจากกรณีปัญหาสหกรณ์เคหสถานนพเกล้า ร่วมใจ มีการดำเนินธุรกรรมเข้าข่ายทุจริต จึงได้สั่งเลิกสหกรณ์ ตามนโยบานรมว.เกษตรและสหกรณ์ แจ้งให้ปปง.เข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะไซฟ่อนเงินจากระบบ โดยให้ติดตามทวงเงินคืน ถ้าไม่ได้ก็เข้ากระบวนการดำเนินคดีฟ้องร้อง พร้อมกับประสาน คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับบริษัทประเมินราคาที่ดินไม่เป็นจริง พร้อมกันนี้รมว.เกษตรฯได้สั่งการให้เข้าตรวจสอบการทำธุรกรรม และสถานะการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ทุกแห่งอย่างละเอียด

"ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะที่ผ่านมาตามเกณฑ์เดิม กรมเข้าตรวจสอบได้ปีละครั้งในการทำธุรกรรมของสหกรณ์ ขณะนี้ได้สั่งให้สหกรณ์จังหวัดเข้าไปตรวจสอบสถานะทางการเงินให้รายงานการเงินมายังกรมภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมสแกนดูสถานะการเงินทุกแห่งทั่วประเทศว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ มีการปกปิดบัญชีอย่างไร ได้คาดโทษว่าสหกรณ์จังหวัดทำไม่เสร็จต้องผิดรับชอบ "นายวิณะโรจน์ กล่าว

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า กรมยังได้มีการดำเนินการตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือสหกรณ์ที่มีปัญหาในการดำเนินงานและการเยียวยาสมาชิก   โดยเป็นการระดมทุนจากสหกรณ์ที่มีเงินล้นมาตั้งในกองทุน และกู้เงินจากธนาคารรัฐ เพื่อให้สมาชิกกู้ยืม   และส่วนหนึ่งจะนำไปหารายได้ในการ ลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย(TFF)  นอกจากนั้นจะนำรายได้หลังหักค่าเนินการงานใช้ในกองทุนดังกล่าว โดยที่มาของเงินกองทุนจะมาจากสหกรณ์แต่ละแห่งกำหนดข้อบังคับให้มีทุนสะสม โดยที่ประชุมใหญ่สหกรณ์จัดสรรกำไรสุทธิประจำปีเข้าทุนสะสม  และเงินอุดหนุนหรือเงินบริจาค  โดยการบริหารงานจะมีคณะกรรมการบริหารที่สหกรณ์จะร่วมกันตั้งขึ้นมา ตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งจะมีการปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น  2-5 ปี หรือระยะยาว 10 ปี 

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นมีสหกรณ์สนใจตอบรับเข้าโครงการจัดตั้งบัญชีร่วมเพื่อรักษาเสถียรภาพของสหกรณ์แล้ว 11 แห่งวงเงินประมาณ 5,200  ล้านบาท  ประกอบด้วยสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมหาสารคาม จำกัดให้กู้  2 พันล้านบาท  สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ  940 ล้านบาท ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ  1 พันล้านบาท  สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จำกัด  725  ล้านบาท    สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนนทบุรี จำกัด  500 ล้านบาท  สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนห้วยท่าช้าง  จำกัด 30 ล้านบาท  สหกรณ์ออมทรัยพ์สาธารณสุขอุทัยธานี จำกัด  35 ล้านบาท   สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนนักพัฒนา  จำกัด สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนศรีโนนทอง จำกัด 5  ล้านบาท   

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนนักพัฒนา จำกัด   5 ล้านบาท สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสายไหม จำกัด 2  ล้านบาท นอกจากนั้นมีเงินบริจาคอีกประมาณ  72,000 บาท  ในอนาคตจะเสนอขอให้มีการนำเงินดอกเบี้ย 1% จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ที่ได้จากการชำระคืนของสหกรณ์ลูกหนี้มาไว้ในกองทุนนี้ด้วย ร่วมถึง หารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) เพื่อพิจารณาอุดหนุนเงินบางส่วนจากจำนวนเงินที่สหกรณ์เป็นลูกค้าธกส.ได้จ่ายเป็นดอกเบี้ยไว้แล้วเข้ากองทุนสะสมดังกล่าว

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่านอกจากนี้ได้เริ่มโครงการสหกรณ์สีขาว จะเป็นสหกรณ์ที่ตอบสนองต่อสมาชิกโดยตรงเป็นการคืนความสุขต่อสังคมในพื้นที่ ในปัจจุบันให้สหกรณ์มาร่วมมาที่มีสถานนะทางการเงินตั้งแต่ 1 พันล้านบาท ขึ้นไป ซึ่งตอนนี้เปิดกว้างขึ้นให้สหกรณ์ใดสนใจมาร่วมได้จะได้ใบรับรองจากกรม เพื่อให้สมาชิกสบายใจ เกิดความเชื่อถือระหว่างกัน ถือเป็นความร่วมมือกับกรมให้เกิดความเข้มแข็งต่อกัน ตนวางกรอบทำสหกรณ์สีขาวภายใน 3 ปี รวมทั้งกลไกตรวจสอบใหม่มีความใกล้เคียงกับธนาคาร ได้บังคับให้สหกรณ์รายงานธุรกรรมให้ทราบทุกวัน และครม.ได้มีมติตั้งหน่วยงานมากำกับอีกชั้น มีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ แบงค์ชาติ กระทรวงการคลัง.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22