อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562

"บิ๊กตู่"เปิดเพจเฟซบุ๊ก แจงหวังลดความขัดแย้ง

รัฐเปิดเฟจเฟซบุ๊ก “PAGE IR” สื่อสารคนไทย ลดความความขัดแย้ง สั่งบิ๊กกระทรวงลงพื้นที่ทำความเข้าใจ ย้ำรับฟังความคิดเห็นทำร่างสัญญาประชาคม ไร้อาวุธแนบร่างฯ  ลั่นประชาชนเป็นผู้กำหนดไม่ใช่นักการเมือง  ศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2560 เวลา 21.00 น.

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชาฯ ถึงช่องทางการสื่อสารของหน่วยงานภาครัฐ ว่า รัฐบาลมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาทั้งรูปแบบ วิธีการหรืออะไรก็ตามเพื่อเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม ให้ประชาชนทั้งหมดของประเทศ ได้รับทราบข่าวสารของทางราชการ บนพื้นฐานของความเป็นจริง โดยสร้างกลไกการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมอีก อาทิ ปัจจุบันได้เปิดให้บริการเฟซบุ๊กชื่อ “PAGE IR” เพื่อนำคำตอบการไขข้อข้องใจ และรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนโดยตรง เพิ่มเติมจากการสื่อสารผ่านเครือข่ายสื่อมวลชน ทุกแขนง จะได้เป็นการสื่อสาร 2 ทาง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า หวังว่าจะเป็นแหล่งข้อมูลให้สื่อโซเชียล สามารถนำไปใช้อ้างอิง ขยายผล และลดความเข้าใจผิด ลดความขัดแย้งในสังคมได้ในอนาคต อย่าไปเพิ่มมากกว่าเดิมก็แล้วกัน สำหรับการสื่อสารในหน่วยงานราชการ เน้นการสร้างความเข้าใจให้กับข้าราชการทุกคน ทุกกระทรวง ทุกระดับต้องสามารถทำความเข้าใจประชาชนได้อย่างชัดเจน อีกทั้งได้สั่งการให้รัฐมนตรีและปลัดกระทรวง อธิบดีต่างๆ ได้เน้นย้ำผู้บริหารลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติและประชาชนโดยตรง เลี่ยงการทำงานบนโต๊ะ เน้นให้ถึงทุกพื้นที่

นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงภารกิจสร้างความปรองดองว่า คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองของป.ย.ป. จะจัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศอีกครั้ง ช่วงสัปดาห์หน้าวันที่ 17 – 20 ก.ค.  แล้วจะนำมาจัดทำร่างสัญญาประชาคม  ประชาชนที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าต่างๆได้จากเฟซบุ๊กชื่อ “ปรองดองเป็นของประชาชน” 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการไปแล้วในสัญญาฉบับประชาคมนั้นจะต้องมีแนวทางในการปฏิบัติด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะมีเฉพาะในเรื่องของนามธรรม ต้องมีอะไรที่จะร่วมมือกันบ้าง เช่น การปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ขัดแย้ง ไม่มีการใช้อาวุธ แนบไปกับสัญญาประชาคม ถ้าเซ็นกันแล้ว ต้องไม่เกิดความวุ่นวายสับสนเมื่อเช่นที่ผ่านมาก่อนปี2557  และเราจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการต่อไป ทั้งนี้ก็เป็นเสมือนการกระตุ้นจิตสำนึกความเป็นไทย ความรักชาติ และ “สัญญาทางใจ” ว่าเราจะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างไร เราจะร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็ง สังคมที่มีสันติสุขของเราได้อย่างไร ในอนาคต ประชาชนเป็นผู้กำหนดตรงนี้ไม่ใช่นักการเมือง.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    4%
  • ไม่เห็นด้วย
    96%

บอกต่อ : 26.59K