อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ยันพิจารณาคดีลับหลังไม่ใช่ล่าแม่มด-เอาผิดบางคน

“สมชาย” ยัน สนช. ผ่าน พ.ร.ป.อาญานักการเมือง กฎหมายพิจารณาคดีลับหลัง ไม่ขัดหลักสากล  แจงปรับแก้วิธีการไต่สวนเหตุกฎหมายเดิมจับนักการเมืองติดคุกแค่คนเดียว จันทร์ที่ 17 กรกฎาคม 2560 เวลา 17.13 น.

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงถึงการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ฯนี้ ว่าเป็นบทบัญญัติที่ตราขึ้นสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่ต้องการให้มีกลไกป้องกันตรวจสอบและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบที่เข้มงวดเด็ดขาด และเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะมีบทบัญญัติที่มีผลกับคดีที่กำลังอยู่ในการพิจารณาของชั้นศาลนั้น ทาง สนช. ,กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ผู้แทนจากศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาตรวจสอบแล้วไม่ขัดหลักการ กรณีการพิจารณาคดีอาญาโดยตัวจำเลยไม่อยู่หรือการพิจารณาลับเหลังจำเลยนั้น ไม่ได้ขัดกับหลักสากล เนื่องจากกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง นั้นให้ข้อยกเว้นในกรณีที่จำเลยไม่มาศาล ศาลก็พิจารณาหลับหลังได้
                
นายสมชาย กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่าร่างพ.ร.บ.ฯฉบับนี้ไม่มีเจตนาจะล่าแม่มดหรือเอาผิดกับคนบางคน แต่มีเป้าหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ทุกฝ่าย ร่างพ.ร.บ.ฯนี้ไม่มีผลย้อนหลัง มีแต่เดินไปข้างหน้า เป็นการเปลี่ยนวิธีในการดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมาการใช้พ.ร.บ.พิจารณาคดีแบบเดิมสามารถนำเอานักการเมืองแค่เพียงคนเดียวคือนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรมว.สาธารณสุขมาติดคุกเท่านั้น ส่วนคดีที่เหลือผู้ต้องสงสัยก็หลบหนีออกนอกประเทศไปหมด  ร่างพ.ร.บ.นี้จะยึดตามหลักสากล คือมีการออกหมายเรียกหมายจับ พอฝ่ายจำเลยได้รับหมายจับ ถ้าเขาไม่มาศาลแต่ว่าแต่งทนายเข้ามาสู้คดี ยังได้สิทธิรื้อฟื้นคดีและได้สิทธิอุทธรณ์ด้วย แต่ถ้าหาก 3 เดือนหลังจากที่จำเลยได้รับหมายจับ จำเลยยังไม่มาปรากฏตัวที่ศาล ศาลก็มีสิทธิพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้  ส่วนอายุความของคดีก็ยังเท่าเดิมทุกประการ
               
เมื่อถามว่าเมื่อร่างพ.ร.บ.ฯฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว จะดำเนินการอย่างไรกับ คดีที่พิพากษาไปแล้ว จำเลยยังหลบหนีอยู่และก็อยู่ในอายุความ นายสมชาย กล่าวว่า ต้องดูที่มาตรา 24 ของร่างพ.ร.บ.ฯ  ในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาอยู่แล้ว ถ้าจะนำมาใช้ประโยชน์ก็ทำได้ การหนีคดีนั้นจะต้องมีการแบ่งลักษณะให้ชัดเจน  กรณีที่จำเลยหลบหนีไปก่อนมีคำพิพากษาของศาล หรือไม่ยอมไปที่ศาล ถ้าหากทำแบบนี้ก็จะทำให้อายุความของคดีสะดุดลงทันที ถ้าเขากลับมา ก็ต้องนับอายุความต่อเนื่องไป เช่นเดียวกันถ้าศาลตัดสินว่าจำคุก 15 ปี ถ้าหากจำเลยหนีไปในปีที่ 3 พอกลับมาก็ต้องมารับโทษอีก ดังนั้นถ้าจะหนีก็ต้องหนีไปให้ตลอดชีวิต อย่างไรก็ดีต่อจากนี้จะต้องส่งร่างพ.ร.บ.ฯไปให้กับ กรธ. ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระอื่นๆเพื่อให้เขาดูว่าจะขัดต่อเจตนาของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ตนยังตอบไม่ได้จะตั้งกรรมการวิสามัญหรือกรรมาธิการร่วม3 ฝ่ายหรือไม่.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    52%
  • ไม่เห็นด้วย
    48%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 6