อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564

ฝึกซ้อมฉุดชักราชรถในพระราชพิธีถวายพระเพลิงร.9(คลิป)

จก.สพ.ทบ. ตรวจความพร้อมฝึกซ้อมฉุดชักราชรถในพระราชพิธีถวายพระเพลิงในหลวงร.9  ขอกำลังพลภาคภูมิใจถวายงานครั้งสุดท้าย ชื่นชมทุกคนตั้งใจจริง พฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม 2560 เวลา 12.13 น.

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่สนามบินเล็ก กองทัพอากาศ (ทุ่งสีกัน) กทม. พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เดินทางมาตรวจเยี่ยมความพร้อมการซ้อมฉุดชักราชรถในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยใช้กำลังพลในการฉุดชักราชรถ จำนวน 441 นาย แบ่งเป็นขบวนราชรถพระนำ พระมหาพิชัยราชรถ และกำลังพลเกรินบันไดนาค ซึ่งคัดเลือกจากข้าราชการประจำ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ รวมถึงพลทหารกองประจำการเพศชายสังกัดหน่วยขึ้นตรงกรมสรรพาวุธทหารบกที่มีความแข็งแรง โดยวันนี้เป็นการซ้อมเดี่ยวครั้งสุดท้ายของกรมสรรพาวุธทหารบก ก่อนจะไปร่วมซ้อมเป็นส่วนรวมกับทุกภาคส่วนในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่จะเริ่มซักซ้อมในเดือนก.ย.เป็นต้นไป ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) บางเขน และพื้นที่ประกอบพระราชพิธี



ทั้งนี้พล.ท.อาวุธ กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า กำลังพลที่ยืนอยู่ต่อหน้าตนในวันนี้คือความภาคภูมิใจของกรมสรรพาวุธทหารบก และกองทัพบก หลายครั้งที่กรมสรรพาวุธทหารบกได้ถวายงานที่เกี่ยวข้องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบรมวงศานุวงศ์ ทั้งการซ่อมบูรณะราชรถ ราชยาน พระยานมาศ รวมทั้งการจัดกำลังพลร่วมในขบวนพระบรมราชอิสริยยศ และทุกครั้งที่ผ่านมาก็เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของประชาชนโดยทั่วไปว่าพวกเราได้แสดงออกถึงการถวายเกียรติสูงสุดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หลายคนเคยผ่านการถวายงานลักษณะเช่นนี้มาแล้ว บางคนก็เคยถวายงานมาเกินกว่า 1 ครั้ง แต่ท่ามกลางความโศกเศร้าของคนทั้งโลกตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้นำความเศร้าโศกแปรเปลี่ยนเป็นกำลัง ตั้งใจฝึกฝนอย่างเข้มแข็ง เพราะนับตั้งแต่เปิดการฝึกเป็นต้นมา ทั้งนี้ได้เห็นถึงความตั้งใจมุมานะในการฝึกของพวกเรา แม้ฝนจะตก แดดจะแรงเพียงใดก็ไม่เคยทำให้ท้อถอยแต่กลับปฏิบัติได้ดีขึ้นทุกวัน ตนขอชื่นชมความตั้งใจของพวกคนจากใจจริง 



"จากวันนี้จนถึงวันงานพระราชพิธี เหลือเวลาอีกเพียง 55 วัน พวกเราทุกคนจะได้ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญในชีวิต นับเป็นเกียรติยศอันสูงสุดของทุกคน และของกรมสรรพาวุธทหารบกด้วยที่ได้มีโอกาสถวายงานเป็นครั้งสุดท้ายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ชาวไทยทุกคนเคารพและเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด ผมคงไม่ต้องกล่าวหรือพูดเน้นย้ำอะไรกับพวกท่านอีกแล้ว เพราะทุกคนเป็นข้ารองพระบาทแห่งองค์พระมหากษัตริย์ไทยย่อมรู้สำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบ เราจะทำการฝึกซ้อมอีก 11 ครั้ง ขอให้เวลาการฝึกซ้อมที่เหลือนี้ เป็นเวลาแห่งความสามัคคี ความประทับใจ และความทรงจำที่จะติดตรึงอยู่ในหัวใจของทุกคน" พล.ท.อาวุธ กล่าว



ทั้งนี้พล.ท.อาวุธ ยังให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมว่า หลังจากที่ได้เริ่มการฝึกซ้อมมา 3 เดือนกว่าที่เราได้ร่วมกันดำเนินการ โดยเฉพาะกำลังพลฉุดชักราชรถ ที่ผ่านมาเราได้แบ่งการฝึกในหน่วยที่ตั้งของเราเอง มีทั้งพระมหาพิชัยราชรถ ราชรถน้อย รวมถึงกำลังพลเกรินบันไดนาค โดยช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมาได้จัดทุกส่วนมาฝึกรวมกันที่สนามบินเล็กกองทัพอากาศ เพื่อให้เป็นรูปขบวนใหญ่ที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และฝึกซ้อมตามพระราชพิธีจริง อย่างไรก็ตามจากที่มาดูในวันนี้ตนมีความมั่นใจมาก เห็นการดำเนินการและการฝึกทุกอย่าง รวมถึงเห็นความตั้งใจของกำลังพลทุกนาย คิดว่าจะปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่



"วันนี้เป็นการซ้อมเน้นจุดที่สำคัญก่อน เช่นการอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นและจัดที่อัญเชิญพระโกศทองใหญ่ลงบริเวณพระเมรุมาศ อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้าจะเคลื่อนย้ายไปซ้อมที่ร.11 รอ.ร่วมกับกองทัพภาคที่1 ซึ่งจะเป็นภาพการซ้อมใหญ่มากกว่าวันนี้ โดยจะซ้อมจนถึงเดือนต.ค. ตอนนี้ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนแก้ไขอะไร แต่ต้องไปดูการซ้อมริ้วขบวนใหญ่ของกองทัพภาคที่1ที่กำกับดูแลภาพรวมอีกครั้ง ทั้งนี้การซ้อมย่อยครั้งแรกในพื้นที่จริงจะมีขึ้นในวันที่ 7 ต.ค. และวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งจะอัญเชิญพระมหาพิชัยราชรถ และราชรถน้อยมาด้วย ส่วนในวันที่ 21 ต.ค.จะเป็นวันซ้อมใหญ่ในพื้นที่จริงโดยพิธีจะใกล้เคียงกับวันประกอบพระราชพิธีจริงที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ต.ค." พล.ท.อาวุธ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้กองทัพบก โดย กรมสรรพาวุธทหารบกได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการบูรณะราชรถ ราชยาน และพระยานมาศ โดยเฉพาะพระมหาพิชัยราชรถ เพื่ออัญเชิญพระโกศทองใหญ่จากพระบรมมหาราชวังเข้าสู่พื้นที่ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ นอกจากนี้ได้จัดสร้างราชรถปืนใหญ่ขึ้นใหม่ เพื่อใช้ในการอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ลงจากพระมหาพิชัยราชรถ ประกอบริ้วขบวนในการเวียนรอบพระเมรุมาศ ก่อนอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นสู่พระเมรุมาศ ที่สำคัญได้รับมอบให้จัดกำลังพล เข้าร่วมการปฏิบัติในการฉุดชักราชรถร่วมในขบวนพระบรมราชอิสริยยศในพระราชพิธีด้วย.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น