อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'บิ๊กตู่'สั่งสปสช.ซื้อหรือยืมยา-เวชภัณฑ์เท่าที่จำเป็น

ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่ง "บิ๊กตู่" สั่งสปสช. ซื้อหรือยืมยา-เวชภัณฑ์จากองค์การเภสัชฯ เท่าที่จําเป็นในปีงบฯ 60 ให้สธ.เร่งแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพฯ วางระบบจัดหายาระยะยาว พุธที่ 13 กันยายน 2560 เวลา 20.44 น.


เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 41/2560 เรื่องการบริหารจัดการยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามโครงการพิเศษของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ใจความว่า การบริหารจัดการยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ตามโครงการพิเศษของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ที่ผ่านมา สามารถทําให้ผู้ป่วยกลุ่มต่างๆ เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่จําเป็นต้องใช้ยาราคาแพงหรือต้องใช้ยาต้านพิษ ผู้ป่วยโรคไต แต่เนื่องจากการดําเนินการดังกล่าวมีเหตุขัดข้องบางประการเกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและสปสช. รวมทั้งการจ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในเรื่องดังกล่าวที่เคยทำมาแล้ว เพราะถูกทักท้วงจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งจะทําให้การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ตามโครงการพิเศษไม่อาจทําได้อย่างทั่วถึง ส่งผลกระทบต่อระบบบริการสาธารณสุขในภาพรวมของประเทศ ซึ่งแม้มีความพยายามแก้ไขปัญหาโดยเสนอให้มอบอํานาจจากหน่วยบริการ และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยบริการ เพื่อให้การจัดหาและบริหารจัดการงบประมาณในการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ แต่จากการที่ได้ดําเนินการอย่างต่อเนื่องมานาน การที่จะเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการในระยะเวลาที่เหลือในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ย่อมไม่อาจทำได้ จึงจําเป็นต้องกําหนดมาตรการในการบริหารจัดการขึ้นเป็นพิเศษเพื่อรองรับการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ตามโครงการพิเศษดังกล่าว เพื่อไม่ให้งานบริการสาธารณสุขต้องหยุดชะงักหรือล่าช้า

หัวหน้าคสช.จึงอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มีคําสั่งดังนี้ 1.ให้บอร์ดสปสช.มอบหมายให้สปสช.จัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนให้แก่หน่วยบริการ โดยใช้วิธีการซื้อ การซื้อเชื่อ หรือการยืม เฉพาะเท่าที่จําเป็นตามโครงการพิเศษจากองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ตามที่เคยทำมาแล้ว จนถึงสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2560  2.ให้อภ.มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายจากกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ตามสัญญาหรือข้อตกลงหรือหนังสือยืมที่จัดทําไว้กับสปสช. 3.ให้การจัดหาโดยการซื้อ การซื้อเชื่อ การยืม การตรวจรับ การควบคุม และการจําหน่ายยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เฉพาะที่จําเป็นตามโครงการพิเศษที่บอร์ดสปสช. สปสช. หรือองค์กรอื่นที่ได้รับมอบหมายจากสปสช.ทำก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ รวมทั้งการจ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นค่ายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามเงื่อนไขที่บอร์ดสปสช.กําหนด ซึ่งทำไปแล้วโดยเปิดเผยและสุจริต ถือเป็นการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ของบอร์ดสปสช.และสปสช. อีกทั้งเป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนหลักประกันสุขภาพฯตามคําสั่งนี้ด้วย

4.ให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาในการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างเป็นระบบในระยะยาว ให้เสร็จโดยเร็ว รวมทั้งจัดให้คณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยบริการ กําหนดแนวทางการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงกําหนดมาตรการไม่ให้นําเงินที่ได้รับจากการจัดหาไปใช้ในการอื่นนอกจากการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนให้แก่หน่วยบริการ เป็นไปอย่างคุ้มค่า เหมาะสม โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ  คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 13 ก.ย.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.


อ่านคำสั่งฉบับเต็ม คลิก  

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 306