อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'สมชัย'ห่วงปมจัเลือกตั้ง150วันหวั่นนำไปสู่การโมฆะ

"สมชัย"แจงแนวทางการทำงานหลังกฎหมายลูกกกต.ประกาศใช้ ห่วงปม150วันรวมประกาศผลหรือไม่หวั่นนำไปสู่การเลือกตั้งโมฆะ เตรียมถก19ก.ย.นี้ ทำหนังสือสอบถามศาลรธน.หรือไม่ พฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560 เวลา 13.14 น.

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่โรงแรมคลาสสิคคามิโอ จ.พระนครศรีอยุธยา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวภายหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่า นับจากวันนี้ไปจะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆเกิดขึ้นทันที คือ กกต.จังหวัดทั้ง 14 จังหวัดจะหมดสภาพทันที ส่วน กกต.กลาง จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี กกต.ชุดใหม่ ซึ่งจะทำภารกิจเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน ส่วนอะไรที่เกินขอบเขตความจำเป็น หรือ เป็นประเด็นเกี่ยวกับนโยบาย จะต้องให้ กกต.ชุดใหม่เป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้น อะไรที่ตัดสินใจแล้วจะผูกพันกับชุดใหม่มากเกินไปก็จะพยายามหลีกเลี่ยง 

ส่วนกระบวนการสรรหากกต.ชุดใหม่จะแบ่งเป็น 4 ช่วงเวลา คือ ช่วงที่หนึ่ง คือ การตั้งคณะกรรมการสรรหา ตามองค์ประกอบของรัฐธรรมนูญ โดยกระบวนการนี้จะต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน เท่ากับว่าวันที่ 12 ธ.ค. จะมี 7 รายชื่อส่งให้กับทางสนช.  ช่วงที่สอง คือ สนช. จะนำรายชื่อดังกล่าวมาพิจารณาโดยมีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบประวัติ ซึ่งอาจจะมีการเชิญผู้ได้รับการสรรหาเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ หรือ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ส่งข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการสรรหา ก่อนที่จะเสนอชื่อให้ที่ประชุมสนช. เห็นชอบ  โดยกระบวนการนี้จะใช้เวลาดำเนินการ 45 วัน ช่วงที่สาม เมื่อสนช.ลงมติเห็นชอบรายชื่อเรียบร้อยแล้ว บุคคลที่มีรายชื่อดังกล่าว จะต้องดำเนินการลาออกจากการทำงานทุกประเภทภายใน 15 วัน และนำหลักฐานการลาออกทั้งหมด ส่งให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และช่วงสุดท้ายคือ ขั้นตอนของการทูลเกล้าฯและรอการโปรดเกล้าฯโดยขั้นตอนนี้เป็นเรื่องของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งไม่สามารถที่จะกำหนดเวลาได้ แต่โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตกระบวนการดังกล่าวใช้เวลาไม่น้อยกว่า 20 วัน ดังนั้น กระบวนการสรรหาจะใช้เวลา ประมาณ 170 วันหรือ เกือบ 6 เดือน คือประมาณวันที่ 15 ก.พ. –15 มี.ค.2561 แต่ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวอาจจะเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้ อย่างไรก็ตามหากมีปัจจัยให้กระบวนการสรรหากกต.ชุดใหม่เกิดความล่าช้า ก็จะไม่กระทบกับกรอบการเลือกตั้ง เนื่องจากกกต.ชุดนี้ จะทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมีกกต.ชุดใหม่ ดังนั้นหากกฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับประกาศใช้ครบ แต่ยังไม่ได้กกต.ชุดใหม่ ก็จะเป็นหน้าที่ของกกต.ชุดปัจจุบันจัดการเลือกตั้ง

"ปัจจัยที่ทำให้กระบวนการสรรหาล่าช้าออกไปได้ คือ ถ้าหากคณะกรรมการสรรหาเสนอชื่อต่อสนช. แต่สนช. ไม่เห็นด้วยกับรายชื่อดังกล่าวได้ เท่ากับคณะกรรมการสรรหาจะต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ โดยไม่มีการจำกัดจำนวนรอบว่าจะสรรหากันกี่รอบ เพราะจะต้องดำเนินไปจนกว่าสนช.จะพอใจกับรายชื่อ ซึ่งถ้าเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ จะต้องนับไปอีก 4  เดือนครึ่งต่อหนึ่งรอบการสรรหา"นายสมชัยกล่าว

นายสมชัย ยังกล่าวถึงประเด็นปัญหาบทบัญญัติที่กำหนดให้จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน150 วันนับตั้งแต่พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับประกาศใช้จะรวมระยะเวลาการประกาศผลการเลือกตั้งด้วยหรือไม่นั้น คำตอบในเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน เพราะนักกฎหมายก็ยังมีการตีความที่แตกต่างกัน และที่ผ่านมากกต. เคยสอบถามไปยังกรธ. และ กฤษฎีกา แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เรื่องนี้จึงเป็นเงื่อนปมที่สำคัญซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะอีกกรณีหนึ่งได้   ถ้าหากมีผู้นำเรื่องนี้ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ และถ้าศาลชี้ว่าขัดกับรัฐธรรมนูญจะต้องมีผู้รับผิดชอบทางอาญาและแพ่ง ซึ่งใครตัดสินใจ คนนั้นรับผิดชอบด้วย ดังนั้น การประชุมกกต.วันที่ 19 ก.ย.นี้ กกต.จะหารือถึงกรณีดังกล่าวว่าจำเป็นต้องทำหนังสือไปสอบถามศาลรัฐธรรมนูญถึงความชัดเจนในประเด็นดังกล่าวหรือไม่

นายสมชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมจะหารือถึงการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นเนื้อหาสาระของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.ที่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น คือ การตัดอำนาจ กกต.แต่ละคนในการระงับยับยั้งการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตในหน่วยหรือเขตเลือกตั้งที่ไปพบ และประเด็นกกต.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้เอง ต้องมอบให้ส่วนราชการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ โดยยืนยันไม่มีประเด็นเซตซีโร เพราะกกต. ไม่ได้คิดว่าอยากจะอยู่ต่อแล้ว.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 9