อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

กรมวิชาการเกษตรยอมขยายเวลาฟังความเห็นร่างพ.ร.บ.พันธุ์พืช

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเผยขยายเวลารับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้เสีย ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ไปอีก 1 เดือน พร้อมเชิญไบโอไทหารือ 27 ต.ค.นี้ ยันไม่กระทบสิทธิเกษตรกรรายย่อย   จันทร์ที่ 9 ตุลาคม 2560 เวลา 17.14 น.

เมื่อวันที่ 9 ต.ค.นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยถึงประเด็นการแก้ไขปรับปรุงพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ว่าขณะนี้ทางกรมจะขยายเวลารับฟังความคิดเห็นออกไปอีก 1 เดือน  เพื่อความสบายใจทุกฝ่าย จากกำหนดเดิมระหว่างวันที่ 6-20 ต.ค. ทำตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เวลา 15 วัน  หลังจากที่ขยายออกไปอีก 1 เดือน กรมวิชาการเกษตร จะประมวลข้อคิดเห็นต่างๆจากประชาชนทั่วไปและจากผู้มีส่วนได้เสีย  เพื่อทำแบบมีส่วนรวม โดยจะเชิญผู้ที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับสิทธิเกษตรกร เช่นมูลนิธิชีววิถี( ไบโอไท) และนักวิชาการ ที่ห่วงใย มาหารือกันที่กรมในวันที่ 27 ต.ค.นี้ด้วย
 
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมได้ปรับปรุงกฎหมายเป็นไปตามแนวนโยบายรัฐบาล ที่มุ่งเน้นระมัดระวังไม่ให้กระทบสิทธิเกษตรกรรายย่อยเป็นหลัก ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ได้กำหนด ไปประชาพิจารณ์การมีส่วนร่วม  ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของกรม ส่วนเรื่องไปรับฟังความคิดเห็นยืนยันว่าสิทธิเกษตรกรยังคงเดิม เช่นพืชพื้นเมือง กลุ่มพืชดั้งเดิม อาทิ  ข้าวหอมมะลิ ข้าวสังข์หยด  ไม้ผลต่างๆ ลำไย เงาะ ทุเรียน พืชผักสมุนไพร เกือบทุกชนิด เกษตรกรทั่วประเทศ รวมถึงประชาชนทุกคนทั้งประเทศ มีสิทธิในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไป ใช้ประโยชน์อย่างไรก็ได้
 
ทั้งนี้กลุ่มพืชดั้งเดิม กรณีมีนักปรับปรุงพันธุ์พิเศษขึ้นมาลักษณะดีเด่น จะเป็นผู้ทรงสิทธิ มาขอรับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชจากรม โดยมีการปิดฉลากชัดเจน  ว่าเป็นพันธุ์พืชคุ้มครอง ถ้าประชาชน เกษตรกร ไปซื้อมาปลูกบนที่ตนเอง ซื้อมา2 ซอง เช่น ถั่วฝักยาว  ปลูก 10 แถว ไปขายเป็นฝัก 9 แถว  อีก  1 แถว อยากเก็บไว้เพื่อปลูกรุ่นต่อไปในพื้นที่ตนเองไม่ผิดกฎหมาย ทั้งฉบับเดิมและใหม่ ที่เกษตรกรส่วนใหญ่มีความเข้าใจ นอกจากนี้กรณีที่มีการโจมตีเรื่องการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติคณะกรรมการพิจารณาคุ้มครองพันธุ์พืช นายสุวิทย์ กล่าวว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติคณะกรรมการ แต่อย่างใด เพียงแต่กำหนดในเรื่องที่มาของกรรมการ ซึ่งกฎหมายปัจจุบัน กับร่างใหม่  ไม่ได้เปลี่ยนองค์ประกอบ เพียงแต่เปลี่ยนแปลงวิธีการสรรหาได้มาเพื่อให้ได้คณะกรรมการที่มีประสิทธิภาพ เพราะกฎหมาย ปี42 เป็นการคัดสรรกรรมการโดยเลือกกันเอง อาจใช้ความรู้จัก ทำให้มีอุปสรรคติดขัดกว่าจะส่งรายชื่อมาให้กรม มีความล่าช้า  
 
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่าในร่างใหม่ มีการขยายการคุ้มครองจากส่วนขยายพันธุ์ไปถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์นั้น  หมายถึงขยายความคุ้มครองไปถึงเฉพาะ “ผลผลิต” หรือ “ผลิตภัณฑ์” ที่เกิดจากส่วนขยายพันธุ์นั้นได้มาโดยมิชอบเท่านั้น แต่หากส่วนขยายพันธุ์ได้มาอย่างถูกต้องแล้ว ผู้ผลิตมีสิทธิในผลิตผลและผลิตภัณฑ์นั้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันเจตนาที่จะใช้ประโยชน์จากส่วนขยายพันธุ์ที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง และในกรณีการปรับขยายเวลาคุ้มครองตามกลุ่มพืช จากเดิมพันธุ์ พืชล้มลุก คุ้มครอง 12 ปี เปลี่ยนเป็น 20 ปี และไม้ยืนต้นจาก 17ปี เป็น 25 ปีและพืชให้เนื้อไม้จาก 27 ปีเป็น 25ปี  ซึ่งที่ผ่านมาระยะเวลาเป็นข้อจำกัดในการพัฒนาพันธุ์ กว่าจะได้พันธุ์ที่ดีมีศักยภาพออกสู่ตลาด  ซึ่งต้องใช้เวลา เช่นพืชผัก นำไปปลูกพ่อแม่ ในแปลงมาคัดเมล็ด มาเป็นรุ่นๆทดสอบการคงพันธุ์ ใช้เวลานานพอสมควร โดยจะให้โอกาส นักปรับปรังพันธุ์ ให้มีสิทธิในพันธุ์มากขึ้น  เช่นไม้ผล มะม่วง ลำไย ขนุน ใช้เวลา3- 5 ปี กว่าจะได้ลูก ปีหนึ่งติดลูกหนเดียว จึงใช้เหตุผลนี้มาขยายเวลา ตามหลักวิชาการให้เหมาะสม เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้มีการส่งเสริมปรับปรุงพันธุ์ใหม่ให้มากขึ้น  และการรักษาสิทธิเกษตรกรไม่ได้เปลี่ยนไป ยังมีสิทธิเก็บพันธุ์ไว้ใช้ในรุ่นต่อไป พร้อมกับเล็งเห็นว่าต้องส่งเสริมนักปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมากขึ้น  จึงได้รับการคุ้มครองสิทธิทุกคน
 
"หากเกษตรกรรายใด ต้องการขยายพันธุ์ไว้ขายต้องตกลงกับผู้ทรงสิทธิในเมล็ดพันธุ์ นั้นๆ และทั้งนี้ถ้าเกษตรกร นำพันธุ์ปรับปรุง ไปขายต่อโดยอ้างชื่อเจ้าของสิทธิ มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน4 แสนบาท ซึ่งเป็นโทษเท่าเดิม  ส่วนร้านขยายพันธุ์พืชขายตามข้างถนน ขยายพันธุ์โดยติดตาต่อกิ่ง  ถ้าเป็นพันธุ์พื้นเมืองทั่วๆไป ใช้ในประเทศ ไม่ได้ขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์ สามารถทำได้ แต่ขอสงวนพันธุ์พืชที่คุ้มครองตามสิทธิขึ้นทะเบียนไว้กับกรมวิชาการเกษตร  ในปัจจุบัน มีพันธุ์พืชคุ้มครอง 455 ทะเบียน ที่มีการต่อทะเบียนทุกปี จำนวนที่ขึ้นทะเบียนอาจมีการเคลื่อนไหวขึ้นลงเพราะบางรายการไม่มาต่อทะเบียนก็จะหมดอายุไปซึ่งพันธุ์พืชมีการพัฒนาใหม่ๆมาจดไว้  โดยแบ่งเป็นพันธุ์พืชคุ้มครองของภาคเอกชน 310 ทะเบียน ภาคราชการ  68 ทะเบียน เกษตรกร 48 ทะเบียน สถาบันการศึกษา 29 ทะเบียน"นายสุวิทย์ กล่าว.
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 455