อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แพทย์แผนไทยฯชี้ "กะเพรา"ลดน้ำตาลในเลือดได้ดี

กรมการแพทย์แผนไทยฯ เผย “กะเพรา” ลดน้ำตาลในเลือด แนะกลุ่มเสี่ยงกินเป็นยา พฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2560 เวลา 16.22 น.

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เกิดจากความบกพร่องของตับอ่อนและฮอร์โมนอินซูลินในร่างกาย ทำให้ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน หิวบ่อย กระหายน้ำบ่อย ชาปลายมือปลายเท้า แผลหายช้า ส่วนภาวะแทรกซ้อนจะทำให้จอประสาทตาเสื่อม เกิดแผลกดทับ ติดเชื้อง่าย ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานต้องระมัดระวังตัวมาก โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร ทั้งนี้ ในทางการแพทย์แผนไทยมีพืชผักสมุนไพรใกล้ตัวหลายชนิดที่ใช้เป็นอาหารมีรายงานการวิจัยพบว่า ช่วยลดระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน เช่น กะเพรา ตำลึง มะระขี้นก ผักเชียงดา



ขณะที่ทางการแพทย์อายุรเวทของอินเดียระบุว่ากะเพรา เป็นสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ มีสรรพคุณหลากหลายในการแพทย์อายุรเวท เช่น บรรเทาอาการไอ หวัด และการติดเชื้อทางเดินหายใจ ช่วยย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยลดอาการที่เกิดจากความเครียด เพิ่มความจำ เพิ่มภูมิคุ้มกันและมีงานวิจัยของอินเดีย ชี้ให้เห็นว่าการรับประทานผงใบกะเพราแห้งก่อนอาหารเช้า สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้ หรือรับประทานก่อนและหลังอาหารเช้า ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดสูงและลดไขมันในเลือดสูงได้ และหากสกัดสารน้ำของใบกะเพราดื่มวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร สามารถลดน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในผู้ป่วยอ้วนลงพุง

                   

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า อีกทั้งยังพบว่าประมาณ 63 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยเบาหวานที่ดื่มน้ำต้มกะเพราสามารถตอบสนองต่อฤทธิ์ลดน้ำตาลได้ดี นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยทางเคมีพบว่าสารสำคัญที่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในกะเพราเป็นสารกลุ่มไทรเทอร์พีนอยด์ ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานหรือกลุ่มเสี่ยงเป็นเบาหวาน สามารถนำใบกะเพรามาใช้เป็นอาหารในวิถีชีวิตประจำวันได้ แต่ในกรณีผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อน เพื่อจะได้ทราบปริมาณที่พอเหมาะ หรือปรับลดปริมาณยาแผนปัจจุบันให้เหมากับผู้ป่วย ป้องกันภาวะช็อคจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ 0-2591-7007 ได้.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.33K