อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"จักษุแพทย์" แจงปมเด็กเล่น"มือถือ" ทำเพ่งค้าง-ตาเข แค่ชั่วคราว

“จักษุแพทย์” แจงข้อเท็จจริงเด็กเล่น “มือถือ" ทำเพ่งค้าง-ตาเข แค่ชั่วคราว หวั่นแสงสีฟ้าทำอนาคตจอประสาทตาเสื่อมเร็ว แนะลดความสว่างหน้าจอในที่แจ้ง พฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2560 เวลา 16.53 น.

เมื่อวันที่ 19ต.ค. นพ.ศักดิ์ชัย วงศ์กิตติรักษ์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความทางโซเชียลมีเดียโดยระบุว่า “ฝากเป็นอุทหรณ์สำหรับแม่ที่มีลูกเล็กๆ ว่า เด็กกล้ามเนื้อตายังไม่แข็งแรงไม่ควรให้ดูสมาร์ทโฟนนานๆ เพราะจะทำลายกล้ามเนื้อตา ทำให้ตาเขและเสียการมองเห็น 3มิติไป และอาจจะตาบอดได้” ว่า เด็กตาเขมาจาก2สาเหตุหลักคือ1.กล้ามเนื้อในการกลอกลูกตาไม่สมดุล2.มีค่าสายตาผิดปกติ สั้น หรือยาวเกินไป ซึ่งเด็กที่สายตายาวมักสัมพันธ์กับตาเขเข้าใน ส่วนเด็กสายตาสั้นอาจจะสัมพันธ์กับตาเขออกนอก ทั้งนี้โดยพื้นฐานเวลาเรามองอะไรใกล้ๆ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือหรือเล่นโทรศัพท์มือถือ จะเกิดการเปลี่ยนแปลง3อย่างในลูกตาคือ1.เกิดการเพ่งสายตา อาจจะทำให้เพ่งค้างได้ 2.รูม่านตาหดเล็กลง3.เวลามองใกล้ตาสองข้างจะเข้ามาชิดกันเพราะฉะนั้นจริงๆ การที่เด็กใช้สายตามองใกล้เป็นเวลานานก็จะเกิดภาวะที่ตาเข้ามาใกล้กันมาก และเกิดการเพ่งค้างได้ แต่โดยทั่วไปจะเป็นชั่วคราว และกลับมาเป็นปกติเมื่อหยุดใช้ หรือไปพบจักษุแพทย์หยอดยาลดการเพ่งแล้วตรวจก็จะพบว่าไม่ได้เป็นสายตาสั้นจริงๆ ดังนั้นไม่อยากให้แตกตื่นว่าการเล่นมือถือจะทำทำลายกล้ามเนื้อตา หรือเกิดความผิดปกติแบบถาวรขึ้นที่ผ่านมามีเด็กผ่าตัดตาเขปีละประมาณ1คน เพราะมีปัญหามาจากค่าสายตาเป็นหลัก แต่ก็มีประวัติเล่นโทรศัพท์มือ ซึ่งไม่เกี่ยวกัน


                       
เมื่อถามว่าถ้าเด็กอายุน้อยมากใช้โทรศัพท์มือถือมีผลกับการมองเห็นหรือไม่ นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า จริงๆ แล้วแสงในโทรศัพท์มือถือ เป็นแสงสี
ฟ้าที่มีความยาวคลื่นที่สูงกว่าแสงแดดทั่วไป การที่เด็กเล่นโทรศัพท์มือถือ ได้รับแสงดังกล่าวก็จะมีผลในระยาว โดยอาจจะทำให้เกิดจอประสาทตาเสื่อมเร็วกว่าอายุ จากเดิมที่โรคจอประสาทตาเสื่อมจะเกิดในกลุ่มผู้สูงอายุ ทั้งนี้เวลาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ต้องปรับแสงหน้าจอไม่ให้สว่างเกินไป อยู่ในห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพราะถ้าอยู่ในห้องมืดจะทำให้รูม่านตาขยาย รับแสงเข้าไปมากกว่าอยู่ในห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อลดการเพ่งค้าง ไม่ปวดหัว และไม่เกิดภาวะสายตาสั้นเทียม ตาเขชั่วคราว.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 8