อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"อ.ปราโมทย์"แนะนักปกครองบ้านเมืองให้อ่อนโยนเหมือนในหลวงรัชกาลที่ 9 

กก.มูลนิธิชัยพัฒนา เผยพระองค์เสด็จไปถิ่นทุรกันดารลำบากไม่เคยปริพระโอษฐ์ว่าเหนื่อย ทรงมุ่งมั่นแก้ไขปัดเป่าความทุกข์ สร้างความสุขแก่ราษฎร  นำหลักปรัชญา "เข้าใจ- เข้าถึง- พัฒนา" มาแก้ไขปัญหาประเทศได้จริง อาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม 2560 เวลา 17.10 น.

เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่มหาวิทยาลัยรังสิต จัดเสวนา เรื่อง "เดินตามรอยพระบาท กับหลักการทรงงานของในหลวง รัชกาลที่ 9 "โดยนายปราโมทย์ ไม้กลัด กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่าตลอดการครองราชย์ของในหลวง  ทรงใช้หลักทศพิศราชธรรม ทรงรักษาศีล ทั้งกายวาจาใจ ได้ประจักษ์ว่าพระองค์ทรงทำในสิ่งที่ดีงาม สละความสุขสบายส่วนพระองค์ เสด็จรอนแรมไปทรงงานทุกพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ แก้ไขความทุกข์ยากให้กับราษฎรตลอดหลาย10 ปี ด้วยความที่พระองค์มีความซื่อตรงต่อตนเอง และผู้อื่นทั้งปวง ทรงมีความอ่อนโยน กับชาวนาชาวไร่ ผิดกับนักปกครองบ้านเมืองบางคน ไม่ค่อยอ่อนโยนกับคนไทย  ตนถวายมา20 กว่าปีไม่เคยเห็นพระองค์ทรงกริ้วผู้ใด อาจหงุดหงิดบางเวลาที่พระองค์ถาม แต่ผู้สนองงาน ตอบสามวาสองศอก โดยจะทรงชี้แนะ กำหนด ทิศทางขับเคลื่อนให้ด้วยความละเอียดเพราะในหลวง ทรงมีอัฉจริยะภาพที่สามารถเข้าใจงานต่างๆได้ลึกซึ้ง
 
กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่าวิธีการทรงงาน พระองค์ใช้หลักอริยสัจ 4 มาเป็นหลักคิดปรัชญาของพระองค์ “เข้าใจ  เข้าถึง พัฒนา” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์ทรงเป็นนักตั้งสมุมติฐาน สงสัยไปหมดทุกเรื่อง เพื่อหาทางแก้ไขให้ได้จริง เช่นโครงการฝนหลวง ฝนเทียม ทรงเกาะติด ควบคุมการวิจัย ทำให้ฝนตกนอกฤดูกาลได้ เป็นฝนหลวง  โครงการต่างๆมาจาก ทรงทุ่มเทำงาน แก้ปัญหาเรื่องน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่เคยเว้นว่าง ทรงขยันตลอดไม่เคยทรงเบื่อหน่าย เป็นนักปฎิบัติ นักทำงานแนวลึก ปกติ นักบริหาร มีแต่สั่ง แต่พระองค์ท่านสั่งด้วยปฎิบัติเอง ทำแบบหลายๆอย่าง บูรณาการในพระองค์ มีความชัดเจน ทรงงานด้วยความสนุกสนาน ทรงเสียสละ จะมีพระมหากษัติรย์ที่ไหน คลุกดิน ติดดิน อย่างพระองค์  ทั้งเป็นนักจุดประกาย ไม่ทรงเกี่ยงงาน ทำโดยไม่มีวันหยุด ค่าล่วงเวลาก็ไม่มี ทุกที่เสด็จไปได้หมด เส้นทางทุรกันดารลุยไป ฝนตกไม่เคยบอกว่าหยุดก่อน งานไม่เสร็จไม่เสด็จกลับ ค่ำมืด ไม่เคยบอกว่าเหนื่อย
 
“จะเห็นว่าพระเสโทชุ่มโชก ฝนตกพระองค์เปียกชุ่มตัว ไม่เคยปริพระโอษฐ์ เส้นทางยากลำบาก ยังรับสั่งสนุก เส้นทางนี้โหดพอสมควร นี่คือความมุ่งมั่นของพระองค์ มีสูงจริงๆเพื่อประโยชน์ประชาชน บ้านเมือง ทรงงานหลายๆด้าน   ฝากไปถึงนักปกครองบ้านเมือง  ยึดหลักในการทรงงาน พระองค์ท่านทำอะไร ศึกษาเรื่องราวต่างๆให้เข้าใจ จนถึงประเพณี ความเชื่อแต่ละท้องถิ่น สั่งสอนด้วยว่า ให้เข้าใจชาวบ้านให้หมด ไม่ใช่ตลุยทำไป”กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าว

นายปราโมทย์ กล่าวว่า พระองค์ทรงเน้นเรื่องการพัฒนาต้องเริ่มต้นจาก การพึ่งตนเองให้ได้ก่อนไม่ใช่อะไรก็ให้ๆ ไป จะเกิดการแบบมือขอไปทั่ว พระองค์ไม่ทรงโปรดและพระองค์ ทรงทำเป็นตัวอย่าง ในวังสวนจิตรลดา ทำเกษตรอุตสาหกรรม ทำสำเร็จทรงขยายออกไปนอกวัง แสดงให้ประชาชนเห็น ทำอย่างไหนดีไม่ดี ลักษณะให้ชาวบ้านสามารถพัฒนาตนเองได้ ไม่ใช่ป้อนทุกสิ่งทุอย่าง
 
“หมู่บ้านซ้อนเร้นแร้นแค้น ในเมืองมีเต็มไปทุกภาค รัชกาลที่9 เข้าไป เกิดกระบวนมีส่วนร่วมในการแก้ไข เน้นราษฎรเป็นหลัก ยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง งานพระองค์ สอนกลุ่มราษฎรมาเฝ้าพระองค์ ต้องพึ่งตนเอง ไปช่วยเสริมเจ้าหน้ารัฐ ช่วยกันไปทำเชื่อมต่อคลองส่งน้ำของรัฐ ไปในพื้นที่ตนเองได้ โดยเฉพาะการทรงงานแบบเรียบง่าย รับสั่งว่าไปใช้ไฮเทคโนโลยี คนมาทำให้ย้ายไปแล้ว ชาวบ้านนั่งมองตาปริบๆไม่รู้ทำงัยต่อ ทรงใช้สายลม แสงแดด ใช้ธรรมชาติในท้องถิ่นมาพัฒนาตนเอง พระองค์มีพระราชดำรัสเสมอว่างานที่ทำให้ราษฎร อย่ามุ่งหวังผลกำไร แบบการค้าการขาย เพราะในท้องถิ่น ราษฎรยากจน ไม่มีทางตอบแทนได้ ความคุ้มค่าตรงที่พ้นจากความทุกข์ ชาวบ้านมีความสุข ไพร่ฟ้าหน้าใส ทำแล้วแก้ไขได้ ราษฎรมีความสุขเพิ่มพูนขึ้นเป็นความสำเร็จ” นายปราโมทย์ กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 8