อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

เวทีผู้หญิงชงปฏิรูปหลักสูตรนักเรียนตร.เข้าใจหลักสิทธิมนุษยชน

“รัชดา”เผยเวทีผู้หญิงชงข้อเสนอปฏิรูปตร.สร้างจนท.ไม่ซ้ำเติมเหยื่อคดีละเมิดทางเพศ แนะเพิ่มพนง.สอบสวนหญิง ขอคกก.ปฏิรูปตร.ร่วมผลักดันจริงจัง จันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560 เวลา 17.03 น.

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จากการรับฟังรับฟังข้อมูลงานสัมมนาเรื่อง “การเข้าถึงความยุติธรรมที่ต้นทาง : ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง” ซึ่งมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม ร่วมกับ มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท นั้นพบว่าผู้ที่มีประสบการณ์การให้ความช่วยเหลือสตรีและเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรง ว่ามีสตรีและเด็กที่เป็นผู้เสียหายในคดีล่วงละเมิดทางเพศจำนวนมากที่ไม่ได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีเหตุผลหลักๆ คือ ไม่กล้าแจ้งความ กลัวเสียชื่อ กลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ บางครั้งพนักงานสอบสวนกระทำเหมือนผู้เสียหายเป็นผู้ต้องหาเสียเอง หรือตำรวจไม่รับแจ้งความ การดำเนินคดีมีความล่าช้า การที่ผู้มีอิทธิพลเข้าแทรกแซงคดี มีการเรียกเงิน ทำให้การร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นไปอย่างลำบาก ส่งผลให้ผู้เสียหายเลือกที่จะไม่แจ้งความในที่สุด
      
น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันมีข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจด้วย คือ ขอให้สร้างบุคลากรตำรวจตั้งแต่การปฏิรูปหลักสูตรนักเรียนนายร้อยตำรวจและชั้นประทวนที่เข้าใจหลักสิทธิมนุษยชน มีทัศนคติและความรู้ที่ถูกต้องในการปฏิบัติอย่างเหมาะสมต่อผู้เสียหายในคดีล่วงละเมิดทางเพศ อาทิ การพูดจาด้วยความเป็นมิตรหรือไม่แสดงท่าทางที่ตอกย้ำกับผู้เสียหาย การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้เสียหาย  อีกทั้งขอให้เพิ่มจำนวนพนักงานสอบสวนหญิง โดยปัจจุบันมีแค่ 400 คนในสถานีตำรวจ 1,500 แห่ง นอกจากนี้ควรปรับขั้นตอนการดำเนินคดี อาทิ ผู้ถูกข่มขืนที่ต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเป็นขั้นแรก แต่บางรายถูกเจ้าหน้าที่บอกว่าให้ไปแจ้งความก่อน ทั้งที่ในโรงพยาบาลของรัฐมีแผนกเหมือนกับศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จทำหน้าที่ตรวจร่างกายผู้เสียหายโดยไม่ปะปนกับผู้ป่วยอื่นๆ เพื่อให้ผู้เสียหายนำผลตรวจนี้ใช้เป็นหลักฐานประกอบกับหลักฐานอื่นๆ ไปแจ้งความต่อตำรวจ  ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานสอบสวนมีส่วนสำคัญในเรื่องนี้ จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจมารับฟัง ใส่ใจ และบรรจุในแผนงานการปฏิรูปตำรวจ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ไม่ใช่ไปมุ่งการปรับโครงสร้างอำนาจการแต่งตั้งหรือการจัดขอบเขตอำนาจของตำรวจเองเท่านั้น.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 7